ขาสวยปัง..ด้วยอัตราส่วนขาทองคำ

 
รูปแบบขาสวย.jpg

คุณทราบหรือไม่ว่านอกจากใบหน้าที่มีอัตราส่วนทองคำแล้ว  ขาของเราก็มีอัตราส่วนทองคำเช่นเดียวกันกับใบหน้า

ประเทศเกาหลีมีการจัดอันดับดารานักร้องสาวขาเรียวสวยจากอัตราส่วนทองคำ บางรายการถึงกับมีการสอนออกกำลังกายเพื่อให้ได้ขาอัตราส่วนทองคำกันเลยทีเดียว นับว่าคนเกาหลีนิยมให้ความสำคัญกับเรียวขา

ขาสวย.jpg

ปัจจุบันอัตราส่วนขาทองคำเป็นอัตราส่วนขาที่ได้มาตรฐาน จัดเป็นอัตราส่วนของหญิงงามที่สุดในโลก ซึ่งนั่นก็คือเทพีวีนัส เทพีแห่งความงามนั่นเอง

หลายท่านอาจจะคิดว่า คนทุกคนขนาดตัวไม่เท่ากัน ความยาวขาไม่เท่ากัน จะมีขนาดอัตราส่วนขาทองคำเหมือนกันได้อย่างไร…จริงเเล้วอัตราส่วนขาทองคำดังกล่าว สามารถใช้เป็นมาตรฐานการวัดเรียวขาได้

ขาทองคำ.jpg

อัตราส่วนขาทองคำคืออัตราส่วนขาที่มีขนาด 5:3:2 :ซึ่งหมายถึง โคนขามีขนาดระหว่าง 50 ซม. ต้นขามีขนาด 30 ซม. โดยที่นำความสูงของแต่ละบุคคลคูณ 0.2 และข้อขามีขนาด 20 ซม. นั่นเองค่ะ  ตอนนี้คุณลองวัดขนาดขาของตัวเองดูกันได้แล้วนะคะว่ามีอัตราสสัดส่วนทองคำหรือเปล่า  ถ้าเกิดว่าไม่เป็นอัตราสัดส่วนทองคำมีวิธีอะไรที่จะทำได้บ้าง ซึ่งแน่นอนค่ะวลีรัตน์คลินิคมีวิธีต่างๆที่ทำให้ขาของสาวๆมีอัตราส่วนทองคำมาฝากกันด้วยค่ะ

รับประทานอาหาร.jpg

วิธีแรก เลือกอาหารการกินค่ะ โดยเลือกทานอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันน้อย  ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง เพราะสุดท้ายเเป้งก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันในที่สุดนั้นเอง และเลือกรับประทานผักผลไม้ และอาหารที่เป็นโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้น

การออกกำลังกาย.jpg

วิธีที่สอง การออกกำลังกาย  โดยสาวๆสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟิตเนส เล่นโยคะ ฟุตบอล วิ่ง หรือแม้แต่ออกกำลังที่บ้าน  ก็สามารถลดขนาดขาได้ค่ะ  เพียงแต่คุณต้องมีวินัยและความอดทนมากเพื่อขาที่สวยดังที่คุณต้องการ

รักษารูปร่าง.jpg

หากคุณต้องการเเหกกฏหุ่นสวยลดสัดส่วนอย่างรวดเร็วในระยะเวลาจำกัด วลีรัตน์คลินิคขอเเนะนำโปรแกรม “Real Legs” สลายไขมัน ปรับขาเรียว สูตรเข้มข้นจากวลีรัตน์คลินิก ตัวยาคุณภาพผสาน 2 พลังแห่งการสลายไขมันด้วยตัวยาที่สกัดจากพืชธรรมชาติ PPC (Phosphatidylcholine) นวัตกรรมตัวยาสลายไขมันจากสเปนมีฤทธิ์ในการสลายไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยในการกำจัดของเสียในร่างกาย พร้อมกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อฉีดเข้าไปในจุดที่มีการสะสมของเซลลูไลท์ตัวยาจะเข้าไปทำปฎิกิริยาสลายเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังเเละขับของเสียออกทางเหงื่อเเละปัสสาวะ หลังฉีดบอกคำเดียวว่าไขมันสลายหายไป ไม่มีปัญหาโยโย่ ส่วนหลังฉีดมีทริคเด็ดเคล็ดลับการดูเเลตนเองอย่างไรติดตามสาระน่ารู้กันต่อไปค๊า

แบบขาสวย.jpg

หากคุณอยากจะมีอัตราสัดส่วนขาทองคำ ขาเรียวงามแบบเทพีวีนัสตามแบบฉบับสาวเกาหลี สวยรวดเร็วทันใจ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกเเบบหุ่นเพรียวได้ง่ายๆเพียงแอดไลน์ไอดี @waleerat พูดคุยปรึกษาปัญหาทรวดทรงได้เเล้ววันนี้กับที่ปรึกษาออนไลน์ หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-821-5400

 

พฤติกรรมทำลายขาเรียว

 
6พฤติกรรมทำลายขาเรียว.jpg

สาวๆทุกคนพึงปรารถนาความงามในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า รูปร่าง และที่ขาดไม่ได้คือความสมส่วนของทุกสรรพสิ่งในร่างกาย โดยเฉพาะเรียวขาดูโดยรวมต้องรับกับรูปร่าง  ต้องมีความเป๊ะ ถึงจะเรียกความมั่นใจให้สาวอย่างเราๆ เดินสง่าเฉิดฉายในสาธารณชนได้อย่างงดงาม ซึ่งความต้องการในปัจจุบันขัดกับพฤติกรรมหลายๆอย่างในชีวิตประจำวัน เรามักจะมองข้ามพฤติกรรมอันเป็นการทำลายต้นขาเรียวสวยไปแบบไม่รู้ตัว  แต่เอ๊ะพฤติกรรมแบบไหนทำลายขาเรียว วลีรัตน์คลินิกพร้อมไปทุกท่านรู้ลึกถึง 5ต้นเหตุ พฤติกรรมร้าย…ทำลายเรียวขางาม

นั่งทำงานนาน.jpg

1. การนั่งทำงานนานๆ

วัยทำงานแบบเราๆเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก การนั่งทำงานนานไม่กระดิกไปไหนเลย นอกจากจะเป็นออฟฟิตซินโดรมแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีเหมือนเคย จึงทำให้ไขมันสะสมบริเวณต้นขา

ทานอาหารรสจัด.jpg

2. การรับประทานอาหารรสจัด

ด้วยปกติอาหารแต่ละประเภทมักจะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะอาหารรสจัดหากเรายิ่งปรุงแต่งเพิ่มเข้าไปเกินความต้องการของร่างกาย ไตจะทำงานหนักมากขึ้น เพื่อขับโซเดียมออกไป ทำให้เกิดภาวะความดันสูงจากการเสียสมดุลในระบบร่างกาย ซึ่งการทานอาหารรสจัดจึงเป็นสาเหตุของการบวมน้ำภายในร่างกาย ต้นเหตุนี้ก็อาจจะทำให้ขางามๆของเราบวมก็เป็นได้

ไขว่ห้าง.jpg

3. การนั่งไขว่ห้างบ่อย

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมทำขาเรียวของคุณถึงขั้นหมดสวย ขาบวมปูด หรือเกิดผิวเปลือกส้มได้ดีเลยก็ว่าได้  สาเหตุหลักเกิดจากขาของคุณกดทับระบบเลือดไหลเวียนเลือดและต่อมน้ำเหลือง พฤติกรรมแบบนี้เป็นการรบกวนระบบของร่างกายให้ทำงานไม่เหมือนเดิม จึงกระทบกับระบบเผาผลาญ ในที่สุดทำให้ไขมันสะสมบริเวณต้นขา เกิดปัญหาเซลลูไลท์ตามมาให้คุณปวดใจหาวิธีแก้เรียวขาที่ปูดบวม ซูมใกล้ก็หวั่นใจกลัวเห็นผิวเปลือกส้มจนความมั่นใจที่มีอยู่หดหายไปในที่สุด

ไม่ออกกำลังกาย.jpg

4. ไม่ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนับเป็นวิธีการเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด หากยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายของคุณก็ยังคงไม่เกิดปัญหาอะไรในการขจัดไขมันออกจากร่างกาย แต่ทว่าอายุมากขึ้นไม่เคยปราณีใคร ยิ่งเราไม่ขยันที่จะออกกำลังกายอยู่แล้ว ระบบเผาผลาญที่แย่ลง จะทำให้เกิดไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณต่างๆในร่างกาย โดยเฉพาะต้นขา เพียงแค่ได้บวมใหญ่แล้ว แม้ส่วนอื่นจะแลดูเล็ก ขาของคุณก็จะใหญ่โดดเด่นกว่าส่วนใดเลยทีเดียว

Fast food.jpg

5. รับประทานfast food

สมัยใหม่ผู้คนมักทำงานแข่งกับเวลา ดังนั้นเวลาเลือกทาน อาหารประเภทฟ้าสต์ฟู้ดจะเป็นตัวเลือกแรกในเวลาเร่งรีบ แต่อาหารประเภทนี้จริงแล้วอุดมทั้งแป้ง ไขมัน และโซเดี่ยมเป็นส่วนประกอบ จึงถือเป็นพฤติกรรมการเลือกทานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจัดเป็นปัญหาตัวฉกาจแห่งการทำลายขาสวยของคุณ ให้เกิดภาวะขาบวมน้ำ

ปล่อยให้เท้าเย็น.jpg

6. ปล่อยให้เท้าเย็น

การเท้าเย็นเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าเป็นการนั่งในห้องแอร์นานๆ การใส่กระโปรงกางเกงขาสั้น หรือสาเหตุอื่นๆ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตถูกขัดจังหวะ ส่งผลให้ขาของเราบวมใหญ่ เนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง 

ขาสวย.jpg



ทราบถึงต้นเหตุพฤติกรรมทำลายขาเรียวงามแบบนี้แล้ว อย่านิ่งนอนใจในการหยุดพฤติกรรมดังกล่าว รู้ทันขนาดนี้แล้วเพียงแค่คุณงด น่องไม่เรียวก็ให้มันรู้ไป

สำหรับท่านใดที่เกิดไขมันสะสมแล้ว เรียวขาเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกิน มีผิวเปลือกส้มจำนวนมาก ทำลายความมั่นใจ ก็อย่าได้หมดกำลังใจไป เรายังมีอีกหนึ่งวิธีแก้ไขปัญหาขาใหญ่ที่คุณเผชิญนั้นก็คือโปรแกรมสลายไขมันขา “Real Legs” สร้างขาเรียวเล็กทุกมิติการซูม ตัวยาเข้มข้นสูตรต้นตำรับขาเรียวงามตัวจริง Real Legs คืนความมั่นใจเรียวขาคู่งาม กลับมาสวยได้อีกครั้ง ด้วยศิลปะความชำนาญการออกแบบเรียวขาจากผู้เชี่ยวชาญของวลีรัตน์คลีนิก คลีนิกอันดับ1ด้านการปรับรูปหน้าและรูปร่าง

ปรึกษานักออกเเบบรูปร่างได้ที่
📱 Line : @waleerat (นำ@ไว้ข้างหน้า)

 📞 ติดต่อฮอตไลน์ : 02-821-5400

 

ใครว่าโสดแล้วจะไม่มีความสุข…คนโสดก็สุขได้!

 
Waleerat Red & White Party

โสดหรือเหงาเราก็สุขได้

วลีรัตน์คลินิกให้ความสำคัญกับทุกคนไม่ว่าคุณจะเป็นคนโสดหรือเหงา ฤดูนี้พร้อมมอบอภิสิทธิ์ต่างๆ มากมายให้คุณคลายเหงา แม้วันโสดหรือเหงาเราพร้อมจะเคียงข้างคุณ ..

วลีรัตน์คลินิกขอมอบความสุขให้กับทุกคน ในงาน CRAZY | PARTY | BEAUTY ด้วยโปรโมชั่น “คนทำสวยวันคนโสด” เพียงวันเดียวเท่านั้นกับโปรโมชั่นราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 1,111 บาทเท่านั้น
— ฝ่ายกิจกรรมวลีรัตน์ คลินิก

เพียงลงทะเบียนรับส่วนลดถึง 10% หรือโปรโมชั่นผ่อน 0% นานถึง 10 เดือน และยังมีปาร์ตี้สุดหรู กับบรรยากาศอันน่าประทับใจ พร้อมเสิร์ฟ “Red Berry Reserved Drink” ให้คุณดื่มด่ำไปกับความพิเศษแห่งเทศกาลนี้ ถึงวันที่ 11 เดือน 11 นี้เท่านั้น

และกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับคนโสดที่มาในสีขาวและคนเหงาที่มาในสีแดง รับทันทีของขวัญสุดพรีเมี่ยมจากวลีรัตน์คลินิค อาทิเช่น เสื้อรุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่นของวรีรัตน์คลินิคจำนวนจำกัด หรือ Ultralift ฟรี 1 ครั้ง

 
โสด.jpg
 

แล้วพบกันที่ วลีรัตน์คลินิก สาขาสยามสแควร์, สาขาทองหล่อ, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกต และ สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน

ลุกขึ้นแต่งตัว !! แล้วมาร่วมสนุกกับความพิเศษที่เราพร้อมมอบให้คุณ…ที่วลีรัตน์คลินิก
ด้วยโปรโมชั่น คนทำสวยวันคนโสด เพียงวันเดียวเท่านั้น !!

 

"ผิวเปลือกส้ม" เพราะเซลล์ลูไลท์หรือไขมัน

ผิวเปลือกส้ม.jpg

“ผิวเปลือกส้ม” สิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ ไม่แพ้เรื่องความอ้วน เพราะด้วยลักษณะของผิวที่ไร้ความเรียบเนียนตะปุ่มตะป่ำ จึงทำให้สาวๆ ขาดความมั่นใจเมื่อต้องการอวดสรีระ แต่ไอ้เจ้าผิวเปลือกส้มกลับเป็นบ่อนทำลายความความกล้าไปซะอย่างนั้น เพราะมัวแต่กังวลกับผิวที่ขาดความเรียบเนียน และยิ่งไปกว่านั้นใช่ว่าคนผมจะรอดตัวนะจ๊ะ เพราะพลักษณะของผิวเปลือกส้มสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับคนผอมและคนอ้วนจ้า

เอ้า!! ไม่อ้วนทำไม่มีผิวเปลือกส้มล่ะ?

cellulite

นั่นก็เพราะว่าผิวเปลือกส้มเกิดจาก “เซลลูไลท์” ยังไงล่ะที่ไม่ว่าจะอ้วนน้ำหนัก 100 กิโล หรือจะจนผอมแห้งน้ำหนักไม่ถึง 50 กิโล ก็มีด้วยกันได้ทั้งนั้น

เซลลูไลท์เกิดจากการมีไขมันสะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังมากกว่าปกติพอเรามองจากด้านนอกจึงเห็นเป็นผิวที่ไม่เรียบเนียน ขรุขระมีรอยบุ๋ม หรือที่เรียกว่า “ผิวเปลือกส้ม” นี่แหละ ซึ่งส่วนใหญ่มักพบอยู่ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะมีเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิงเข้าเกี่ยวข้องด้วยนั่นเองจ้า และจุดที่เซลลูไลท์ชอบไปกระจุกตัวอยู่ก็มักเป็นจุดที่ผู้หญิงอยากอวดซะด้วย เช่นสะโพก ต้นแขน ต้นขาและหน้าท้อง จนทำให้ผู้หญิงบางคนที่มีรูปร่างผอมต้องอดอวดหุ่นสวยเพราะเจ้าเซลลูไลท์นี่แหละ

เซลลูไลท์ต่างจากไขมันทั่วไปยังไง?

เซลล์ลูไลท์

สำหรับเซลลูไลท์จะต่างจากไขมันทั่วไปตรงที่ดครงสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงความผิดปกติของระบบการเผาผลาญภายในร่างกาย การสะสมไขมันมากเกินความจำเป็น ระบบการไหลเวียนเลือดและท่อน้ำเหลืองที่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดการสะสมของเสียภายในร่างกาย และไปมีผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ช้นผิวหนังจากที่ควรจะกระชับเพื่อควบคุมไม่ให้ไขมันมาสู่ชั้นผิวหนัง (ซึ่งที่จริงแล้วไขมันควรอยู่ในชั้นไขมันที่ไม่ได้ติดกับชั้นผิวหนัง) กลับยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยทำให้โครงสร้างของผิวเกิดความเสียหาย และในที่สุดก็ทำให้ไขมันถูกดันออกมาสู่ชั้นผิวหนังและถูกบีบอัดทำให้ผิวเกิดเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำ เป็นคลื่น หรือที่เราเข้าใจว่า “ผิวเปลือกส้ม” นั่นเอง

อยากใส่ขาสั้นอวดเรียวขาเรียบเนียนโนผิวเปลือกส้มกำจัดเซลลูไลท์ต้องทำยังไง?

หลิน RealLegs

การกำจัดเซลลูไลท์สามารถทำได้ด้วยตัวเองเช่นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายซึ่งสาวๆ ต้องมีวินัยและอาจจะต้องใช้เวลานาน แต่สำหรับคนที่ต้องการอยากกำจัดเซลลูไลท์อย่างรวดเร็วอาจจะมีตัวช่วยด้วยนวัตกรรมและเทคโนดลยีทางการแพทย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โปรแกรม “Real Legs” จากวลีรัตน์คลินิก ที่ได้ผสาน 2 พลังแห่งการสลายไขมันด้วยตัวยาที่สะกัดจากพืชธรรมชาติ นั่นก็คือ PPC ตัวยาที่มีฤทธิ์ในการสลายไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และตัวยาที่ช่วยในการกำจัดของเสียและเร่งการเผาผลาญของร่างกาย เมื่อฉีดเข้าไปในจุดที่มีการสะสมของเซลลูไลท์จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ในการกำจัดเซลลูไลท์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผิวเปลือกส้ม

เซลลูไลท์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวเปลือกส้มขาดความเรียบเนียน ซึ่งเจ้าเซลลูไลท์ก็เกิดจากไขมันที่มาสะสมใต้ผิวหนังนั่นเอง ไหนมาลองเช็กกันหน่อยดีกว่าวว่ามีเซลลูไลท์หรือเปล่า ทำง่ายๆ ด้วยการบีบผิวหนังบริเวณต้นขาหากเห็นผิวที่ขรุขระ เป็นก้อน เป็นคลื่น คล้ายเปลือกส้ม นั่นแหละค่ะ “เซลลูไลท์”

portrait of pretty girl wearing bikini on white background

สาวๆ ที่อยากมีเรียวขาที่เรียบเนียนบอกลาผิวเปลือกส้ม หรือกระชับสัดส่วนสามารถสามารถแอดไลน์ไอดี @waleerat เข้ามาปรึกษากับเหล่า Facial designer ของเราก่อนได้นะคะ


 ปรึกษาปัญหาความงาม และกระชับสัดส่วน

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 

ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น.

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี:
@waleerat

6 วิธี กำจัดไขมัน ลดเซลลูไลท์ กระชับตรงจุดโนผิวเปลือกส้ม

6 วิธี กำจัดไขมัน ลดเซลลูไลท์ กระชับตรงจุดโนผิวเปลือกส้ม.jpg

รูปร่างผอมเพรียวเรียวขาเล็ก โมเดลหุ่นสวยที่สาวๆ หลายคนปรารถนาและไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยโมเดลความงามนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน แต่เจ้าไขมันและเซลลูไลท์วายร้ายดันไม่เข้าใจเพราะมาแต่ละทีกลับยกพวกมาเป็นกองทัพทำให้รูปร่างในฝันไม่เป็นอย่างที่หวัง สองขาที่หวังไว้ว่าจะต้องเรียวเล็กกลับเต็มไปด้วยเซลลูไลท์ที่เป็นปัญหาทำให้ผิวไม่เรียบเนียน เป็นคลื่น ขรุขระ หรือที่เรียกกันว่า “ผิวเปลือกส้ม” นั่นเองค่ะ จะนุ่งสั้นอวดเรียวขาก็หมดความมั่นใจ ปัจจุบันจึงมีวิธีที่ช่วยในการกำจัดไขมันและลดเซลลูไลท์ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ทันใจและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

ขาเล็ก.jpg

แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่าเจ้าเซลลูไลท์และไขมันทำไมจึงต้องเน้นไปที่ผู้หญิงซะส่วนใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะว่าผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ที่มีผลต่อการสะสมไขมันไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากกว่าเพศชาย จึงทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่มีไขมันสะสมตามสะโพก ต้นขา รอบเอว ได้มากกว่าผู้ชายนั่นเองค่ะ หรือสาวๆ บางคนมองดูภาพรวมแล้วเป็นคนรูปร่างผอมแต่พอมาโฟกัสที่สะโพกและต้นขาแล้วกลับไม่สมส่วน จึงทำให้มีความกังวลเรื่อง “ต้นขาใหญ่” ที่กลายเป็นปัญหาโลกแตกของคุณผู้หญิงหลายคนเลยก็ว่าได้ค่ะ

woman-squeezes-cellulite-skin-on-thigh-as-she-holds-orange_13339-956.jpg

เกร็ดความรู้ : การออกกำลังกายไม่สามารถเจาะจงจุดที่ต้องการลดไขมันได้ แต่การออกกำลังกายเฉพาะส่วนจะไปช่วยสร้างกล้ามเนื้อซะมากกว่าแต่ไขมันไม่ลดลงนะคะ เพราะฉะนั้นสาวๆ ที่ต้องการลดต้นขาแล้วไปเน้นการออกกำลังกายส่วนขายิ่งจะไปสร้างกล้ามเนื้อให้ขาเพิ่มเข้าไปอีก นอกจากขาจะไม่ลดลงแล้วยังทำให้ขาใหญ่ขึ้นไปอีกด้วย


woman-s-hand-holding-excessive-leg-fat-or-cellulite_46728-85.jpg

เซลลูไลท์เกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

สาวๆ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเซลลูไลท์จะมีแค่ในเฉพาะคนอ้วนหรือคนที่มีรูปร่างใหญ่เท่านั้น แต่ที่จริงแล้วไม่ว่าจะคนอ้วนหรือคนผอมก็มีเซลลูไลท์กันได้ทั้งนั้นค่ะ เพราะหากสังเกตุดีๆ แล้ว บริเวณต้นขาที่มีลักษณะผิวขรุขระหรือผิวเปลือกส้มก็คือเซลลูไลท์นั่นเอง

วิธีกำจัดไขมันและเซลลูไลท์

ปัจจุบันเทคโนโลยีล้ำสมัยไปมากจึงมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยในการกำจัดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน เทคโนโลยีไหนที่ตอบโจทย์นวัตกรรมไหนที่ใช่ไปดูกันค่ะ

1.โปรแกรม Real Legs กำจัดเซลลูไลท์ ให้ขาเรียวเล็กโนผิวเปลือกส้ม

หลิน RealLegs

Real Legs เป็นโปรแกรมที่รวมเอาตัวยา 2 ชนิด ที่มีประสิทธิภาพในการสลายและกำจัดไขมันออกจากร่างกาย ซึ่งนั่นก็คือตัวยา PPC สารสะกัดจากพืชธรรมชาติจากประเทศสเปนที่มีฤทธิ์ในการสลายไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนแตกตัวออกจากกัน และ ตัวยาที่สะกัดจากพืชธรรมชาติอย่างม้าเกาลัดที่มีฤทธิ์ในการกำจัดไขมันออกจากร่างกายและเร่งกระบวนการไหลเวียโลหิตและท่อน้ำเหลืองทำให้การกำไขมันออกจากร่างกายมีเห็นผลได้อย่างชัดเจน เมื่อรวมทั้ง 2 ชนิดนี้เข้าด้วยกันจึงทำให้การสลายไขมันและกำจัดเซลลูไลท์ออกจากร่างกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับโปรแกรม Real Legs สามารถฉีดได้เฉพาะจุดและลดไขมันได้เฉพาะส่วนโดยเฉพาะบริเวณที่มีเซลลูไลท์สะสมที่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มอย่างชัดเจนเช่น สะโพก ต้นขา ต้นแขน  โดยแพทย์จะฉีดตัวยาที่เป็นสูตรน้ำในจุดที่ต้องการกำจัดเซลลูไลท์ ด้วยขนาดเข็มที่เล็กจึงไม่ทำให้เกิดรอยแผลใดๆ ทั้งสิ้น ฉีดเสร็จไม่ต้องพักฟื้น และควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพื่อเร่งการกำจัดไขมันมันออกจากร่างกายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.ฉีดไหม LIPO X˚ ฉีดไหมสลายไขมันปรับรูปหน้า

lipoX

สำหรับโปรแกรมนี้ค่อนข้างพิเศษเพราะมีการใช้ไหมมาเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายไขมัน ซึ่งไหม LIPO X˚ เป็นการฉีดไหมสลายไขมัน ด้วยเส้นไหมที่มีฤทธิ์ในการสลายไขมัน โดยตัวยาสลายไขมันที่สกัดจากธรรมชาติจะเข้าไปย่อขนาดเซลล์ไขมันให้มีขนาดเล็กลงและกำจัดออกจากร่างกาย ส่วนเส้นไหมจะกระตุ้นคอลลาเจนจึงทำให้ในบริเวณที่ไขมันถูกกำจัดออกไปกระชับขึ้นด้วย ซึ่งความพิเศษของไหม LIPO X˚ คือการนำเส้นไหมไปเคลือบ w-cell ที่ช่วยให้การทำงานของเส้นไหมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปอีก ยิ่งฉีดยิ่งลดไม่มีผลข้างเคียง

เนื่องจาก LIPO X˚ ค่อนข้างมีราคาสูงเพราะด้วยประสิทธิภาพที่คุ้มค่าคุ้มราคาจึงไม่นิยมนำมาฉีดตามร่างกายเพื่อกระชับสัดส่วนเพราะไขมันบริเวณร่างกายมีความหนาแน่นสูงจึงต้องใช้เป็นจำนวนมาก แต่จะนิยมนำไปใช้กับการลดไขมันบริเวณโหนกแก้มเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กซะมากกว่า

3.Blue slimmer กระชับสัดส่วน

blue slimmer.JPG

Blue slimmer หรือ RF เป็นโปรแกรมที่ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนๆ ในรูปแบบของคลื่นวิทยุที่มีความถี่ในช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์) ซึ่งถือเป็นช่วงความถี่ที่มีความปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยสามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิในชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป พร้อมกับการนวดอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยในการกระตุ้นให้การไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งอุณหภูมิในร่างกายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 – 4 องศาเซลเซียส โดยในแต่ละชั้นผิวหนังที่คลื่นความถี่ทะลุผ่านเข้าไปจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกชั้น ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิที่ชั้นไขมันจึงช่วยในการละลายไขมันเข้าไปสู่หลอดน้ำเหลือง ซึ่งหลอดน้ำเหลืองเมื่อถูกกระตุ้นก็จะเกิดการขยายตัวจึงทำให้การขับของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้กลไกของร่างกายขับออกมาเองตามะรรมชาติจึงไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ซึ่งก็สามารถสลายไขมันได้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใบหน้า ต้นแขน สะโพก ต้นขา หน้าท้อง หรือไขมันในส่วนต่างๆ ที่สาวๆ ไม่ต้องการนั่นเอง โดยวิธีนี้สามารถใช้กำจัดไขมันได้เฉพาะส่วนอย่างที่สาวๆ ต้องการได้เลยจ้า

4. CoolSculpting กำจัดไขมันด้วยความเย็น

638761712

CoolSculpting เป็นการกำจัดไขมันด้วยความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลบ -11 ถึง -13 °C ด้วยการใช้หัวเครื่องที่ปล่อยความเย็นไปประคบในบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน และความเย็นจะลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมัน ซึ่งเซลล์ไขมันเมื่อได้รับความเย็นจัดก็จะทำให้เซลล์ไขมันค่อยๆ หยุดทำงานและทำลายตัวเองลงไปเรื่อยๆ โดยเซลล์ไขมันที่ตายไปจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านระบบท่อน้ำเหลือง และด้วยความเย็นที่อยู่ในระดับจุดเยือกแข็งจึงสามารถทำให้เซลล์ผิวหนังตายได้

5. Body jet ดูดไขมันด้วยพลังน้ำ

body jet.jpg

Body jet เป็นการดูดไขมันโดยใช้พลังน้ำเพื่อแยกเซลล์ไขมันให้ออกจากเนื้อเยื่อผิวหนัง ด้วยการใช้ท่อเข็มสอดเข้าไปในจุดที่ต้องการกำจัดไขมันและปล่อยแรงน้ำละอองขนาดเล็กเพื่อแยกเซล์ไขมันให้หลุดอกจากชั้นผิวหนัง รวมถึงทำให้ไขมนที่จับตัวกันเป็นก้อนแยกออกจากกัน พร้อมกับดูดเอาเซลล์ไขมันออกจากร่างกาย ซึ่งวิธีนี้สาวๆ อาจจะต้องมีเวลาในการพักฟื้นเนื่องจากมีการสอดท่อเข้าไปในร่างกายจึงทำให้เกิดบาดแผลภายในและมีรอยเขียวช้ำได้

6.Vaser ผ่าตัดดูดไขมันด้วยพลังงานความร้อน

vaser

Vaser เป็นการดูดไขมันด้วยพลังงานความร้อนผ่านคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultra sound) ด้วยการใช้หัวเครื่องมือที่มีขนาดเล็กสอดเข้าไปในร่างกายในจุดที่ต้องการสลายไขมัน พร้อมกับน้ำเกลือและยาชาเติมเข้าไปเพื่อลดความเจ็บและส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์เข้าไปทำลายเซลล์ไขมันทำให้ไขมันแยกออกจากกันเป็นชิ้นเล็กๆ มาปนอยู่กับน้ำเกลือและไขมัน จากนั้นจึงดูดออกมาพร้อมกัน ซึ่งการใช้ Vaser นานกว่าที่กำหนดหรือใช้พลังงานที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เวลล์ไขมันตายได้ รวมถึงการสอดท่อ vaser เข้าไปในร่างกายที่ขาดความแม่นยำอาจทำให้ vaser อาจโดนกล้ามเนื้อชั้นอื่นๆ และเกิดบาดแผลภายในร่างกายได้ ซึ่งปัจจุบันวิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

เป็นยังไงกันบ้างคะกับวิธีกำจัดไขมันลดเซลลูไลท์บอกลาผิวเปลือกส้มและการกำจัดไขมันเฉพาะส่วนที่เรานำมาฝากกัน วิธีไหนที่เหมาะกับคุณสาวๆ ลองเลือกกันดูนะคะ หรือจะแอดไลน์ไอดี @waleerat เข้ามาปรึกษาวิธีกระชับสัดส่วนเฉพาะจุดให้ได้ปนะสิทธิภาพและไม่เจ็บตัว กับเหล่า Facial designer ของเราก่อนได้นะคะ


 ปรึกษาปัญหาความงาม และกระชับสัดส่วน

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 

ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น.

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี:
@waleerat

 

 

รู้ทันเซลลูไลท์ กำจัดง่ายๆ แค่ลดไขมัน

เซลลูไลท์.jpg

ต้นขาใหญ่ ผิวเปลือกส้ม ปัญหาโลกแตกของสาวๆ ที่ต้องคอยรับมือและสร้างความกังวลอยู่บ่อยครั้ง ไม่เชื่อสาวๆ ของสังเกตตัวเองดูดีๆ นะว่าเวลาถ่ายรูปสิ่งที่คุณมักบอกช่างภาพอยู่บ่อยๆ นอกจาก “อย่าถ่ายให้อ้วน” แล้ว ก็ยังมี “อย่าให้ขาใหญ่นะขอขาเรียวๆ” หรือแม้แต่เวลาถ่ายรูปแค่ครึ่งตัวเราก็ยังเผลอพ้อยท์ขาโดยอัตโนมัติ นั่นก็เป็นเพราะว่า “ขา” เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อรูปลักษณ์ของเรานั่นเองค่ะ เพราะขาที่เรียวเล็กย่อมเสริมให้บุคลิคและรูปร่างของเราสวยขึ้นไปอีก แต่สาวๆ รู้มั๊ยคะว่าต้นขาใหญ่ที่เราไม่ค่อยพอใจนักเนี่ยมีสาเหตุมาจากอะไรกันบ้าง ถ้ายังไม่รู้ “วลีรัตน์คลินิก” จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ

ผิวเปลือกส้ม

ส่วนใหญ่แล้วสาวๆ ที่มีต้นขาใหญ่และมีลักษณะของผิวเปลือกส้มเกิดจากเซลลูไลท์นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้าเซลลูไลท์ที่พูดถึงก็คือไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังที่ทำให้ผิวมีลักษณะขรุขระเป็นรอยบุ๋ม โดยปัญหาหลักๆ ของเซลลูไลท์ก็คือเรื่องของปัญหาผิวที่ไม่เรียบเนียนและไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็มีสิทธิ์ที่เจ้าเซลลูไลท์จะสร้างปัญหากวนใจให้สาวๆ ได้ทั้งนั้นและยิ่งพ่วงต้นขาใหญ่เข้าไปแล้วเนี่ยยิ่งทวีความกังวลขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวเลยก็ว่าได้


เซลลูไลท์ไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่มีน้ำหนักตัวมากเท่านั้นนะคะ เพราะคนที่มีรูปร่างผอมบางก็มีเซลลูไลท์ที่ทำให้เกิดผิวเปลือกส้มบริเวณต้นขาหรือจุดอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน


500pxshutterstock_261345179.jpg

สาวๆ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าถ้าอยากลดต้นขาให้เรียวเล็ก กำจัดเซลลูไลท์เพื่อให้ผิวเรียบเนียนต้องออกกำลังกายอย่างหนักอยากลดจุดไหนต้องออกกำลังกายและเน้นที่จุดนั้น ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไปค่ะ เพราะเราไม่สามารถที่จะเจาะจงลดไขมันเฉพาะจุดได้ แต่การออกกำลังกายและเน้นเฉพาะจุดจะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนแต่จะไม่ทำให้ไขมันลดลง ซึ่งข้อดีของการออกกำลังกายจะช่วยให้มีกล้ามเนื้อเยอะขึ้นและทำให้จุดที่เน้นกระชับขึ้นนั่นเองค่ะ (แต่ไม่กำจัดไขมันนะ)

ขาสวย

วิธีที่กำจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผลคือการ “กำจัดไขมัน” ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายวิธีทั้งวิธีธรรมชาติอย่างการควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกายซึ่งต้องมีวินัยสุดๆ และวิธีที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการกำจัดไขมันเฉพาะส่วนได้อย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ทีมีรูปร่างผอมแต่มีปัญหาเซลลูไลท์ที่ต้นขาเพราะต่อให้ผอมแค่ไหนก็ยังมีปัญหาผิวเปลือกส้มขาไม่เรียบเนียน หรือสาวๆ ที่มีน้ำหนักตัวมากรูปร่างอ้วนขาเบียดผิวขรุขระ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยกำจัดไขมันลดเซลลูไลท์ก็ช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

ขาเล็ก.jpg

สำหรับการกำจัดเซลลูไลท์และลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดมีหลากหลายวิธีค่ะ ทั้งการฉีดสารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการสลายไขมันและกำจัดออกจากร่างกายด้วยโปรแกรม “Real Legs” จากวลีรัตน์คลินิก หรือจะเป็นการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่สาวๆ ต้องการ สามารถแอดไลน์ไอดี @waleerat เข้ามาปรึกษากับเหล่า Facial designer ของเราก่อนได้นะคะ


 ปรึกษาปัญหาความงาม และกระชับสัดส่วน

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 

ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น.

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี:
@waleerat

 

 

6 เคล็ดลับคอกระชับ รับใบหน้าอ่อนเยาว์

6 เคล็ดลับคอกระชับ รับใบหน้าอ่อนเยาว์.jpg

หน้ากระชับ ไร้รอยเหี่ยวย่น แต่ผิวหนังบริเวณคอกลับหย่อนคล้อย ไม่เรียบเนียนก็ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้คุณผู้หญิงยังดูมีอายุอยู่นะจ๊ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะดูแลตัวเองให้ดูสาวและสวยอยู่เสมอก็ต้องแลให้ครบทุกส่วนนะคะ สาวๆ หลายคนทุ่มเทกับกับการดูแลใบหน้าแต่กลับลืมอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ดูแก่ได้เช่นกัน นั่นก็คือบริเวณลำคอ รู้ตัวอีกทีคอก็เหี่ยวซะแล้ว มาดูกันค่ะว่าเราจะสามารถบอกลาคอเหี่ยวให้กลับมากระชับรับกับใบหน้าที่ออ่อนเยาว์ได้อย่างไรบ้าง

 1.ฉีดไหม Ruby neX

ฉีดไหม Ruby neX

ไหม Ruby neX เป็นนวัตกรรมด้านความงามจากวลีรัตน์คลินิก ที่ได้คิดค้นและต่อยอดความสวยด้วยการออกแบบเส้นไหมที่เหมาะกับจุดที่บอบบางอย่างบริเวณลำคอที่ทั้งอ่อนโยนและแพ้ง่าย ซึ่งการฉีดไหม Ruby neX บริเวณลำคอก็เพื่อตอบโจทย์คุณผู้หญิงที่มีปัญหาผิวใต้คางไปจนถึงลำคอหย่อนคล้อยทั้งที่ไม่ได้มีไขมันสะสม โดยที่เส้นไหม Ruby neX ที่ออกแบบพิเศษจะไปกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาเติมเต็มให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นนั่นเองค่ะ นอกจากนั้นยังสามารถเก็บกรอบหน้าให้กระชับเพื่อให้เห็นโครงหน้าที่ชัดเจนขึ้น โดยให้ผลลัพธ์ความสวยนานถึง 5 ปี เพื่อให้คุณผู้หญิงได้ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ ได้อย่างไร

2.ปกป้องผิวบริเวณคอจากแสงแดด

แสงแดด.jpg

ความเหี่ยวย่นของผิวหนังนอกจากจะมีสาเหตุจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งก็คือการที่ผิวหนังถูกแสงแดดทำร้ายมากเกินไป เพราะแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังบางลงได้ และยังทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินถูกทำลายลงด้วย การปกป้องผิวบริเวณลำคอด้วยการสวมเสื้อปกปิดคอไม่ให้โดนแดดมากเกินไป ซึ่งก็สามารถทำได้ตั้งแต่วัยรุ่นเลยล่ะ และก็อย่าลืมทาครีมกันแดดแล้วก็ครีมบำรุงด้วยนะคะ

3.ใช้ครีมบำรุงชะลอความเหี่ยวย่น

ทาครีมบำรุงคอ

การใช้ครีมบำรุงทาบริเวณลำคอด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญนะ เพราะสาวๆ บางคนพอทาครีมที่ใบหน้าเสร็จกลับลืมดูแลลำคอซะงั้น ซึ่งการทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ สารกลุ่มเรติโนอิคแอซิด แอสคอร์บิกแอซิด ไกลโคลิกแอซิด ก็จะพอช่วยชะลอการเสื่อมของผิวหนังและฟื้นฟูผิวหนังที่เสียไปได้เช่นกัน

4.ออกกำลังกาย

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นระบบการทำงานในร่างการให้มีความตื่นตัวมากขึ้น ซนอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพที่ดีแล้วสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนักการออกลังกายนับว่าเป็นวิธีที่ทำให้สาวๆประสบควาสำเร็จได้ดีทีเดียว แต่รุ้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายยังช่วยทำให้ผิวกระชับขึ้น มีความหนาและมีอิลายตินที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผิวเพิ่มมากขึ้นด้วยนะ

5.ไม่นอนหมอนสูงเกินไป

girl sleeping on a white pillow in bed at home

ในแต่ละวันเพื่อการมีสุขภาพที่ดีเราควรใช้เวลาในการนอนพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง แต่การนอนหมอนในระดับที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดรอยย่นที่คอได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการนอนหมอนในระดับที่สูงเกินไปหากสังเกตจะเห็นรอยพับที่คอ และยิ้งหากนอนอยู่ท่าเดียว 6-8 ชั่วโมงเป็นประจำทุกวันก็จะทำให้เกิดรอยย่นที่คอได้ ซึ่งสาวๆ ควรเลือกหมอนนอนในระดับที่พอหมาะไม่สูงจนทำให้คอพับมากจนเกินไปก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันรอยย่นที่คอได้แล้วค่ะ

6.ลดการเล่นสมาร์ทโฟนให้น้อยลง

Woman using smartphone or mobile phone in the cafe

เล่นสมาร์ทโฟนนานๆ ใครว่าจะทำให้เสียสายตาและสมาธิเท่านั้น เพราะการก้มไปจ้องหน้าจอเป็นเวลานานก็ทำให้คอพับจนเกิดริ้วรอยได้เช่นกัน และยิ่งสาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตติดจอแล้วล่ะก็ระวังให้ดีเชียวล่ะ แต่หากสาวๆ ลองปรับองศาให้เหมาะสมก็สามารถป้องกันการเกิดรอยย่นที่คอได้นะจ๊ะ

อย่าปล่อยให้ผิวบริเวณลำคอที่หย่อนคล้อยกลายเป็นอุปสรรคของความสวยและความอ่อนเยาว์นะคะ เพียงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยได้ แต่หากคุณสาวๆ ต้องการยกกระชับผิวที่หน่อยคล้อยด้วยนวัตกรรมฉีดไหม Ruby neX ที่วลีรัตน์คลินิก เพื่อปิดจุดอ่อนซ่อนอายุคืนความอ่อนเยาว์ สามารถแอดไลน์ไอดี @waleerat เข้ามาปรึกษากับเหล่า Facial designer ของเราก่อนได้นะคะ


ปรึกษาปัญหาความงาม

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 

ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น.

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี:
@waleerat

ออกกำลังกายแทบตาย ทำไมไขมันไม่ลด

ออกกำลังกายแทบตาย.jpg

เมื่อสาวๆ อยากผอมสิ่งแรกที่นึกถึงคืออะไร...และแน่นอนว่าการออกกำลังกายต้องมาเป็นอับแรก สาวๆ หลายคนจึงมุ่งมั่นออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อลดความอ้วน ซิทอัพเพื่อลดไขมันหน้าท้อง วิ่งเพื่อลดไขมันต้นขา ยกดัมเบลสลายไขมันต้นแขน สารพัดวิธีในการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันส่วนเกินในแต่ละสัดส่วน แต่ผลที่ได้คือต่อออกกำลังกายหนักแค่ไหนไขมันก็ยังอยู่

Closeup of obese elderly woman

นั่นก็เพราะร่างกายของเราจะเก็บไขมันไว้ใน 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ บริเวณใต้ผิวหนัง บริเวณช่องท้อง และในกล้ามเนื้อ (ซึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) และไขมันทั้งหมดจะทำหน้าที่เป็นโรงงานเก็บพลงงานสำรอง โดยไขมันเหล่านี้จะถูกนำมาใช้งานด้วยการดูดซึมเข้าไปในระบบไหลเวียนของเลือดและส่งไปยังกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงานเรียกง่ายๆ ว่าการเบิร์นหรือการเผาผลาญนั่นเองค่ะ

fitness-web.jpg

การเผาผลาญไขมันส่วนเกินเราจึงต้องเลือกส่วนที่มีกล้ามเนื้อมากที่สุดในร่างกาย เพราะยิ่งมวลกล้ามเนื้อมาก ยิ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานหรือเบิร์นได้ดีมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจุดที่มีกล้ามเนื้อมากได้แก่ กล้ามเนื้อต้นขา กล้ามเนื้อแขนและกล้ามเนื้อหน้าท้องดั้งนั้นการเผาผลาญไขมันที่ได้ผลดีคือบอดี้เวทหรือเวทบริเวณขา เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ได้ดีมากขึ้น สำหรับสาวๆ ที่อยากสลายไขมันส่วนเกินไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างหนักนะคะ แต่เราต้องเข้าใจการสลายไขมันด้วย หากอยากสลายไขมันได้ดีต้องเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยนะคะสาวๆ

แต่สำหรับสาวๆ ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะส่วนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพด้วยการฉีด Belly burn สารสกะดจากธรรมชาติที่จะมาช่วยสลายไขมันส่วนเกินให้กะบสาวๆ สามารถแอดไลน์ไอดี: @waleerat เข้ามาปรึกษากับเหล่า facial Designer ของเราเราได้นะคะ


ปรึกษาปัญหาความงาม กระชับรูปร่าง

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี:
@waleerat

ฉีดไหมจมูกกี่เส้น จมูกถึงจะโด่ง

ฉีดไหมจมูกกี่เส้น.jpg

เมื่อพูดถึงการเสริมจูมกด้วยการฉีดไหม คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “ต้องใช้ไหมกี่เส้นดีคะถึงจะโด่ง?” หรือ “ถ้าใช้น้อยเส้นจมูกจะโด่งมั๊ยคะ?” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับลูกถ้าที่มีความสนใจอยากเสริมจมูกด้วยการฉีดไหม

ฉีดไหมจมูก

การฉีดไหมจมูกเป็นการเสริมจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือศัลยกรรม โดยใช้เทคนิคฉีดเส้นไหมเพื่อไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และสามารถดึงทรงและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการเช่นเดียวกับการผ่าตัด แต่แตกต่างกันตรงที่ไม่ต้องพักฟื้น ก็สามารถมีจมูกที่โด่งได้แล้ว

จำนวนของเส้นไหมมีผลต่อความโด่งมั๊ย?

ฉีดไหมจมูก วลีรัตน์คลินิก

เมื่อก่อนด้วยเทคโนโลยีที่ยังไม่ทันสมัยเทียบเท่ากับปัจจุบัน ไหมที่ใช้ในการร้อยจมูกจะเป็น “ไหมเรียบ หรือ ไหม MONO” ซึ่งวัสดุที่ใช้คือไหม PDO โดยให้ผลลัพธ์ได้ประมาณ 2 ปี แต่ด้วยลักษณะไหมที่เป็นแบบเรียบจึงต้องใช้ที่ละหลายๆ เส้นจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งการใช้ไหมหลายเส้นก็เท่ากับว่าจมูกของเราก็ต้องถูกเข็มแทงหลายๆ ครั้งด้วยเช่นกัน ทำให้จมูกเกิดรอยช้ำและบวมได้

ดีไซน์ไหม.jpg

แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้มีการผลิตเส้นไหมในหลายลักษณะ ทั้งไหมเงี่ยง (cog,barb) ไหมหล่อ (molding)และไหมที่ช่วยเติมเต็มเพิ่ม volume ด้วยรูปทรงตาข่าย 4 มิติ โดยวัสดุที่ใช้คือ PLLA และ PCL ซึ่งอยู่ได้นานถึง 5 ปี  โดยจะให้ความแข็งแรงที่แตกต่างกันไป ซึ่งลักษณะของเส้นไหมนี่แหละค่ะที่มีผลต่อการเพิ่มความโด่งของจมูกโดยไม่ต้องใช้ไหมหลายเส้นก็ทำให้จมูกโด่งสวยอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องศัลยกรรม ไม่มีอาการบวมช้ำและมีรอยแผลเล็กเท่ารูเข็มเท่านั้น

จำนวนของเส้นไหมก็มีผลต่อการทำให้จมูกโด่ง แต่จุดสำคัญคือลักษณะและขนาดของเส้นไหมที่จะช่วยทำให้จมูกโด่งได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งที่วลีรัตน์คลินิกใช้เพียง 2 เส้นก็สามารถทำให้จมูกโด่งขึ้นได้แล้วค่ะ

ที่วลีรัตน์คลินิกเรามีไหมที่ออกแบบมาเพื่อการเสริมจมูกโดยเฉพาะ คือ PINOCHI NOSE ที่ใช้วัสดุจาก PDO ด้วยลักษณะของเส้นไหมคือ “ไหมเงี่ยง” และ DIAMOND NOSE ใช้วัสดุจาก PLLA ด้วยลักษณะของเส้นไหมคือ “ไหมหล่อ” และ “ไหมเติมเต็มเพิ่ม Volume” ด้วยรูปทรงตาข่าย 4 มิติ AMETHYST และด้วยลักษณะและขนาดของเส้นไหมจึ้งทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดไหมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้จมูกคุณสาวๆ สวยโด่งได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมและไม่ต้องพักฟื้น

สำหรับคุณผู้หญิงที่สนใจอยากเสริมจมูกด้วยการฉีดไหมจมูกกับ “วลีรัตน์คลินิก” สามารถสอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์กับเหล่า Facial designer ผู้รอบรู้เรื่องความงาม แอดไลน์ไอดีได้ที่ @waleerat


โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี: @waleerat

5 วิธีดูแลผิวสวยบอกลาหน้าฝน เตรียมรับลมหนาว

5 วิธีดูแลผิวสวยบอกลาหน้าฝน เตรียมรับลมหนาว

ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้สิ่งหนึ่งที่ทำให้สาวๆ เกิดความกังวลคงหนีไม่พ้นเรื่องการดูแลผิว เพราะในช่วงที่อากาศเย็นสิ่งที่ตามมาคือปัญหาผิวที่แห้งกร้าน “วลีรัตน์คลินิก” จึงมีทริคดีๆ ในการดูแลผิวหน้าให้ชุ่มชื้นมาฝากคุณสาวๆ เพื่อเตรียมรับลมหนาวกันค่ะ

1.เติมวิตามินให้ผิว

เติมวิตามินให้ผิว

การเติมวิตามินให้ผิวก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยและเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ เพราะเป็นวิธีดูแลผิวได้อย่างตรงจุด ซึ่งที่วลีรัตน์คลินิกมีบริการดูแลผิวอย่างครบวงจรทั้งทรีทเม้นต์ เลเซอร์ การฉีดผิวเติมวิตามิน ให้สาวๆ ได้มีผิวที่ชุ่มชื้น กระจ่างใสไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปค่ะ

2.เพิ่มความฉ่ำด้วยมอยส์เอจร์ไรเซอร์

เพิ่มความฉ่ำ

การได้รับการบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์นอกจากจะช่วยทำให้ผิวดูสุขภาพดีแล้วยังช่วยเติมเต็มความฉ่ำน้ำให้กับผิวหน้าด้วยนะคะ ซึ่งวิธีการบำรุงคือ สาวๆ ต้องขยันทามอยส์เอจร์ไรเซอร์บ่อยๆ หรืออาจจะใช้เซรั่มที่มีส่วนหระตุ้นในการสร้างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำให้เพียวพอตามที่ร่างกายต้องการเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดภายในร่างกายเพียงแค่นี้ก็เพิ่มความชุมฉ่ำให้ผิวช่วงหน้าหนาวได้แล้วค่ะ

3.ทำความสะอาดรูขุมขน

ทำความสะอาดผิว

รูขุมขนกว้าง มีสิวเสี้ยน อาจจะไม่เหมาะนักสำหรับสาวๆ ที่อยากมีผิวฉ่ำ เพราะฉะนั้นการทำความสะอาดรูขุมขนและกำจัดสิวเสี้ยนจึงเป็นทางออกที่จะช่วยให้สาวๆ มีผิวฉ่ำน้ำที่ใบหน้าเรียบเนียนได้ เพราะรูขุมขนและสิวเสี้ยนเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตันและเป็นแหล่งผลิตไขมันบนใบหน้า จึงทำให้หน้ามันเยิ้มเกินไปแทนที่จะมีผิวหน้าที่ชุ่มชื้นฉ่ำวาวนั่นเองค่ะ

4.ซับหน้าไม่ให้แห้งเกินไป

ซับหน้ามัน.jpg

วิธีนี้อาจฟังดูแปลกไปนิดค่ะเพราะเราคุ้นชินกับการทำให้ใบหน้าไร้ความมัน แต่การซับหน้าให้แห้งสนิทไปเลยก็อาจทำให้ผิวหน้าเสียสมดุลได้นะคะ เพราะฉะนั้นหากสาวๆ อยากมีใบหน้าที่ชุ่มฉ่ำต้อนรบลมหนาวเราจึงควรรักษาสมดุลบนใบหน้านั่นเองค่ะ ด้วยการซับหน้าเอาเฉพาะความมันส่วนเกินออก และหลงเหลือความมันไว้นิดๆ เพื่อรักษาสมดุลง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้สาวๆ มีผิสหน้าสุขภาพดีเตรียมพร้อมรับลมหนาวได้แล้วค่ะ

5.ล้างหน้าให้สะอาด

ล้างหน้า

ถ้าสาวๆ อยากมีใบหน้าที่ชุ่มชื้นผิว การล้างหน้าในแต่ละวันมีส่วนสำคัญอย่างมากเลยล่ะ เพราะเป็นการชำละล้างสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าที่ต้องไปเผชิญมลภาวะมาในแต่ละวัน ทั้ง เครื่องสำอาง ฝุ่นละออง แสงแดด น้ำฝน (ในฤดูฝน) ซึ่งการล้างหน้าเพียงครั้งเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการล้างหน้าครั้งละ 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดดออกให้หมด ส่วนรอบที่ 2 เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกและความมันบนใบหน้า ซึ่งการใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นหลังจากล้างหน้าเสร็จ

คุณสาวๆ พร้อมกันรึยังคะที่จะบอกลาหน้าฝนและเตรียมพร้อมรับความสนุกท้าลมหนาวที่กำลังจะมาถึงด้วยการเผยผิวสวยชุ่มชื้นสุขภาพดี หากสนใจให้วลีรัตน์คลินิกดูแลผิวให้สวยชุ่มฉ่ำรับลมหนาวสามารถแอดไลน์ไอดี @waleerat เข้ามาปรึกษากับเหล่า facial Designer ของเราเราได้นะคะ


ปรึกษาปัญหาความงาม

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี: @waleerat

หน้าเด็กบอกลาอายุจนใครๆ ต้องเรียกพี่

หน้าเด็กบอกลาอายุจนใครๆ ต้องเรียกพี่

ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ผิวหน้าไม่กระชับทำให้คุณผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจเพราะด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อมต่างก็มีผลต่อความหย่อนคล้อยของผิวหน้าแทบทั้งสิ้น แต่สำหรับบางคนอายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเพราะหน้าเด็กจนต้องบอกลาอายุจนใครๆ ต้องเรียกพี่ และ “วลีรัตน์คลินิก” ก็ไม่พลาดที่จำนำวิธีล็อกความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าของคุณสาวๆ มาฝากกันค่ะ

ปัจจุบันมีสารพัดวิธีที่ช่วยคืนความสาวและล็อกความอ่อนเยาว์ให้กับคุณผู้หญิงตั้งแต่การทาครีม ใช้เครื่องมือ ฉีดไหม ร้อยไหม ไปจนถึงการผ่าตัดศัลยกรรม ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ความเหมาะสมและความต้องการของสาวๆ ด้วยนะคะ แต่วิธีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันก็คือการฉีดไหม ร้อยไหม นั่นเองค่ะ เพราะได้ผลลัพธ์ความสวยอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น ซึ่งวันนี้วลีรัตน์คลินิกจะเผยถึงเคล็ดลับความงามด้วยการฉีดไหม Ruby no.5

Ruby.no5-03.jpg

สำหรับการฉีดไหม Ruby no.5 หรือไหมผลึกทับทิมเป็นวัตกรรมการฉีดไหมที่ทำมาจากวัสดุ PLLA (Poly-L-lactic acid) ที่ให้ผิวสัมผัสของเส้นไหมคล้ายกับผลึกทับทิม จึงทำให้การกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพในบริเวณที่ฉีดไหมเข้าไปให้ผิวหน้ามีสุขภาพดีคืนความอ่อนเยาว์บนใบหน้าได้นานถึง 5 ปี

Ruby no 5 (8).JPG

แล้วทำไมการฉีดไหม Ruby no.5 ถึงทำความหย่อนคล้อยและริ้วรอยบนใบหน้าหายไป นั่นก็เป็นเพราะว่าเส้นไหมเมื่อเข้าไปอยู่ใต้ชั้นผิวหนังจะทำให้ร่างกายรับรู้ว่าเกิดสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในร่างกายและจะกระตุ้นคอลลาเจนให้มาพันรอบเส้นไหม ซึ่งผิวสัมผัสของเส้นไหมมีผลอย่างยิ่งที่จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และเจ้าตัวคอลลาเจนนี่แหละค่ะที่จะเข้ามาเติมเต็มผิวหน้าที่ไม่กระชับและลดความหย่อนคล้อยบนใบหน้า

การทำงานของไหม.jpg

แต่สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะว่าเส้นไหมจะไปก่ออันตรายภายในร่างกาย เพราะไหม Ruby no.5 ใช้วัสดุ PLLA ที่เป็นไหมละลาย โดยจะอยู่ภายในร่างกายเพียง 14-18 เดือน เท่านั้นโดยจะสลายไปเองด้วยกลไกธรรมชาติขงอร่างกาย แต่ให้ผลลัพธ์ความสวยและล็อกความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานถึง 5 ปี จนใครๆ ต้องเรียกพี่


รีวิว Ruby no.5.jpg

เพราะความสวยกับผู้หญิงเป็นของคู่กันค่ะ เราจึงไม่ควรปล่อยให้เวลามาเป็นตัวทำร้ายความสวยและความออ่อนเยาว์จนถูกรุ่นน้องเรียกป้า มาบอกลาอายุเรียกคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าจนใครๆ ต้องเรียกพี่ กับไหม Ruby no.5 ที่วลีรัตน์คลินิกกันเถอะค่ะ สาวๆ สามารถแอดไลน์ไอดี @waleerat มาปรึกษากับเหล่า Facail Designer ก่อนได้นะคะ


ปรึกษาปัญหาความงามและการปรับรูปหน้ากับวลีรัตน์คลินิก

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี: @waleerat

 

เลือกวิธีสวยให้ถูกจุด เพื่อความงามที่ตอบโจทย์

เลือกวิธีสวยให้ถูกจุด เพื่อความงานที่ตอบโจทย์.jpg

การทำหน้าในปัจจุบันผู้บริโภคต้องทำการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง การเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ จึงเป็นที่นิยมกันมากเพราะความต้องการของผู้บริโภคต่างคนก็ต่างใจ หลายคนที่พยายามจะหาข้อแตกต่างของแต่ละกรรมวิธีในการลดอายุหน้ากันมาก ซึ่งในแต่ละวิธีนั้นก็มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน บางคนเลือกที่จะเจ็บน้อย บางคนเลือกที่จะเห็นผลเร็ว บางคนก็ดูที่ราคา ซึ่งในวันนี้วลีรัตน์คลีนิคจะรวบรวมวิธียอดนิยมให้ได้ทราบกันค่ะ

ร้อยไหม

วิธีที่ 1 คือ การร้อยไหม

การร้อยไหมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในอันดับต้นๆ ของคลีนิคเสริมความงามเลยทีเดียวเป็นการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องพักฟื้นและมีผลข้างเคียงน้อย ไหมที่ใช้สำหรับทำใบหน้าให้เรียวสวย ส่วนใหญ่เป็น “ไหมละลาย” ซึ่งเป็นการยกกระชับ เก็บเหนียง ปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าเรียว ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าจริงๆ ควรเลือกใช้ ไหมละลายแบบมีเขี้ยวมากกว่า ซึ่งการรักษาจะใช้ไหมมีเขี้ยวเกี่ยวชั้นใต้ผิวหนังและดึงขึ้นเพื่อล็อกเนื้อเยื่อ

ร้อยไหมมรกต

ข้อดี

- ทำให้ผิวจึงเต่งตึงเรียบกระชับ และปรับรูปให้หน้าเรียวขึ้น ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดีขึ้น

- ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ซึ่งหลังจากการ ร้อยไหม สามารถอยู่ได้นานและสามารถทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวี-เชฟ

- เห็นผลทันที หลังทำแล้ว ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที

- ขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนังจะทำให้เกิดการกระตุ้น สร้างเส้นเลือดใหม่ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน

ร้อยไหมวลีรัตน์

ข้อเสีย

- อาจมีอาการบวมแดง รอยช้ำตามแนวการสอดไหม

- หากเจอคลินิกที่ ใช้ไหมที่ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้ไหมไม่ละลาย และจับตัวกันเป็นก้อน หรือมีหนองขึ้นตามไหม

ร้อยไหม ดี้ ปัทมา

สรุประยะเวลา

ระยะเวลาการทำแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกรอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 40 นาที ช่วงที่สองคือการร้อยไหมอีกประมาณ 20 นาที ซึ่งสามารถเห้นผลการเปลี่ยนแปลงหลังทำ 20% และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์

เส้นไหมจะสามารถสลายตัวได้เองภายใน 8 เดือน และจะให้ประสิทธิผลต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2-5 ปี ขึนอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถเห็นผลได้ทันที

Hifu

วิธีที่ 2คือการใช้เครื่อง เช่น Hifu/Ulthera

เป็นคลื่นอัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนใต้ผิวหนังเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อดึงหน้าให้ยกกระชับ โดยคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนซึ่งทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยเริ่มหดตัวกระชับขึ้น และยังช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัดการรักษาทำได้ปีละ 1 ครั้ง

ข้อดี

- ไม่มีรอยแผลเป็นเพราะไม่ต้องใช้มีด

- ลดรอยแผลเป็น หลุมสิว จุดด่างดำ รอยหมองคล้ำให้กับมาสวยใสเรียบเนียน

- ช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนยานให้กลับมาเต่งตึง เรียบเนียน

ข้อเสีย

- ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่แพงมากต้องทำเป็นประจำ 2 ปี ต่อการรักษา 1 ครั้ง

- ใบหน้าอาจบวม หรือ เขียวช้ำ หลังการรักษาต้องใช้เวลา ทำให้ใบหน้าหายบวมประมาณ 2 – 3 วัน โดยส่วนมากเกิดจากการรักษาของแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ

คลื่นยกกระชับ+ปรับหน้าเรียว+Hifu+พลอยทราย.jpg

สรุประยะเวลา

หลังทำรอผล 3 เดือน (ช่วงนี้หน้าจะเข้ารูปที่สุด)

คงอยู่ได้ 12-18 เดือนต่อการทำ 1 ครั้ง

ใช้เวลาทำแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกรอยาชาออกฤทธิ์ 30-40 นาที ช่วงที่สองการรักษา 30-60 นาที

หลังจากนั้นรอดูผลอีก 1 ชั่วโมงหากไม่เกิดอาการแดงหรือบวมสามารถกลับบ้านได้เลย

ดังนั้นนอกเหนือจาการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาใบหน้าหย่อยคล้อยแล้ว การศึกษาหาข้อมูลในการตัดสินใจใช้บริการคลินิกที่ดีและมีคุณภาพนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกคลีนิกที่มีพร้อมทั้งอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วยสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่วลีรัตน์คลีนิก

โบท็อกซ์

วีธีที่ 3 คือการฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์เป็นชื่ออุตสาหกรรมของโบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดเอ แพทย์ผู้ฉีดโบท็อกซ์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพื้นที่ที่คุณต้องการฉีดก่อนการดำเนินการ หลังจากนั้นจะมีการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในบริเวณดังกล่าว ขั้นตอนทั้งหมดอาจใช้เวลาประมาณ 20 นาทีขึ้นอยู่กับจำนวนเข็มของการฉีดที่คุณต้องการ

ข้อดี 

        – ลดอาการที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน เช่นความไวต่อแสงและอาการคลื่นไส้

        – เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมากเกินไป

        – ป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อกระตุกในผู้ที่มีอาการป่วยบางประเภท

ข้อเสีย

- กินเวลาเวลาประมาณ 3-4 เดือนและอาจต้องทำซ้ำทุก 4-6 เดือน

- ถ้าใช้มันมากเกินไป ใบหน้าอาจเปลี่ยนไปจากเดิม ถึงขั้นไม่สามารถแสดงออกทางสีหน้าได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากใบหน้าของคุณจะเกิดอาการเกร็ง

- อาจมีผลสะสมของการฉีดเป็นประจำอาการอ่อนแอบนใบหน้า

 คุณเหมียว คว้าตำแหน่ง รองอันดับ 1 Miss Tourism Worldwide 2018 มา Make over ความสวยหับวลีรัตน์คลินิก ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ อ่านเพิ่มเติมคลิก!!   Make over เพิ่มความสวยก่อนคว้ามง

คุณเหมียว คว้าตำแหน่ง รองอันดับ 1 Miss Tourism Worldwide 2018 มา Make over ความสวยหับวลีรัตน์คลินิก ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ อ่านเพิ่มเติมคลิก!! Make over เพิ่มความสวยก่อนคว้ามง

สรุประยะเวลา

หลังทำต้องรอผล 2 อาทิตย์

คงอยู่ได้ 3-4 เดือน (หลังจาก 6 เดือนจะสลายเองได้)

ใช้เวลาทำ 10-15 นาที

สาวๆ ที่สนใจปรับรูปหน้าเพิ่มความสวคืนความอ่อนเยาว์ปรึกษาการปรับรูปหน้า สอบถามข้อมูลโปรโมชั่น

โทรหาเราได้ที่  : 095-449-9222 ตั้งแต่เวลา 8:00-23:00 น

หรือสอบถามทางไลน์ไอดี: @waleerat

เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

เรื่องจริงfiller อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน.jpg

คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องของ ฟิลเลอร์ มามาก ทั้งในด้านดี และด้านไม่ดี หลายคนอยากสวย แต่ไม่กล้าเสี่ยง เพราะยังมีข้อสงสัยในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ฟิลเลอร์ วันนี้วลีรัตน์คลินิกจึงหยิบประเด็นที่คุณควรรู้ก่อนคิดจะฉีดฟิลเลอร์มาให้อ่านเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องมาฝากสาวๆ กันค่ะ

ผิวหนังที่ดูอ่อนเยาว์จะต้องมีชั้นคอลลาเจน และอิลาสตินที่แข็งแรงห่อหุ้มอยู่ใต้ผิว ซึ่งจะเสื่อมสภาพลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น จึงมีการพัฒนาสารสังเคราะห์เพื่อใช้เติมเต็มชั้นดังกล่าว เรียกว่า ฟิลเลอร์ (filler)

ฟิลเลอร์ ใช้เติมเต็มในส่วนที่เราต้องการ จึงมีเนื้อยืดหยุ่นคล้ายวุ้น เพื่อเลียนแบบความยืดหยุ่นของผิวตามธรรมชาติ ใช้ฉีดเฉพาะจุดเพื่อเติมริ้วรอย ร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ฉีดเติมผิวหน้าให้ดูอวบอิ่ม ปัจจุบันยังนิยมนำมาใช้ฉีดเพื่อเสริมส่วนต่างๆของใบหน้าให้ได้รูปหน้าที่สวยงาม

ฉีดfiller.jpg

จริงๆแล้ว ฟิลเลอร์สามารถนำมาฉีดได้ทุกส่วน ขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ที่ใช้ด้วย

  • เติมริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ขมับยุบ

  • เสริมจมูก เสริมคาง หน้าผากทดแทนการเสริมด้วยซิลิโคน

  • เสริมโหนกแก้ม ในคนที่มีปัญหาแก้มตกตามวัย หรือคนอายุน้อยที่ต้องการมีรูปหน้าอิ่ม

  • เติมแก้มตอบ หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายบนใบหน้าและร่างกาย จากการผ่าตัด อุบัติเหตุ

  • ฟิลเลอร์บางชนิดสามารถนำมาฉีดกระจายทั่วผิวหน้า เพื่อให้ผิวดูอวบอิ่ม

  • ฉีดเสริมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม

  • เติมแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋ม หลุมสิว

ฟิลเลอร์

ชนิดของฟิลเลอร์ที่มีในท้องตลาด

  1. ชนิดชั่วคราว เป็นคอลลาเจนแท้ที่สกัดมาจากสัตว์ จึงมีโอกาสแพ้ได้ง่าย และอยู่ไม่นาน จะสลายไปใน 6 เดือน

  2. ชนิดกึ่งถาวร เป็นสารสังเคราะชื่อว่า hyalulonic acid (HA) ซึ่งสารนี้มีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่จะเสื่อมสภาพลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น การฉีดสาร HA เข้าสู่ร่างกายจึงมีโอกาสแพ้น้อยมากและมีความทนทานกว่าฟิลเลอร์ชนิดแรก คืออยู่นานประมาณ 1-2 ปี

  3. ชนิดถาวร เป็นสารชนิดอื่นที่ไม่ใช่ HA เช่น polymethylmethacrylate (PMMA), Polyacrylamide (พวก Aqualift, Aquaderm เป็นต้น ไม่ได้อ.ย.ในประเทศ) หรือสารอื่นๆที่มีการลักลอบฉีดกัน หรือฉีดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟินและฟิลเลอร์ปลอม ทางการแพทย์ไม่มีการรับรอง (ผู้ที่นำมาฉีดให้ ไม่ใช่แพทย์) ราคาอาจจะถูกกว่ามาก แต่เป็นสารอันตราย ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ จึงเกิดปัญหาพังผืด สารจับเป็นก้อน ไหลย้อยตกลงมา

เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

ข้อดีของการสวยด้วยฟิลเลอร์

  • ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับการเสริมด้วยซิลิโคน

  • ขณะทำ เจ็บน้อย

  • สะดวก เห็นผลทันที เรียกได้ว่าทำเสร็จสวยได้ทันที

  • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ

  • ดูแลง่าย ไม่ต้องหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหลังทำ

  • ผลอยู่นาน 1-2 ปี

  • แก้ไขง่าย หากฉีดเยอะไป หรือไม่ชอบ สามารถฉีดยาเพื่อสลายออกเร็วขึ้น

เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

แนวทางปฏิบัติตัวหลังฉีด Filler

  • 48 ชั่วโมงแรก งดออกกำลังกายหนักๆ หรือตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นบริเวณที่ฉีด

  • หลังฉีดทัดทีไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด หรือปั้นเอง ในบริเวณที่ฉีด เว้นแต่แพทย์สั่ง เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้

  • หลังฉีดควรดื่มน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์แรก เพราะ Filler เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ Filler อยู่ได้นานขึ้น และเมื่อน้ำจับกับโมเลกุลของ Filler จะยิ่งทำให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออก เช่น แอสไพริน Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย

  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด นวดความร้อนบริเวณที่ฉีด Filler เช่น การอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือทรีทเม้นที่มีความร้อน เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อ Filler ได้ ส่วนไดร์เป่าผม หรือการโดนแดดปกติสามารถทำได้

  • หลังฉีดสามารถแต่งหน้า ทาแป้ง ทาครีมได้ตามปกติ

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 3 วัน หลังการฉีด


เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

กรณีที่มีอาการข้างเคียง ตามอาการด้านล่างให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ดังนี้

  • รอยเข็มแดงๆ เป็นจุดเล็กๆ ในบริเวณที่ฉีด จะหายเองภายใน 2-3 วัน บางรายอาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย (มักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด, Aspirin,Alcohol หรือวิตามิน E อาหารเสริมบางชนิดเช่น Fish oil, Primrose) โดยรอยเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นช่วงแรก สามารถทาแป้ง, Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มไว้ก่อนได้

  • หลังฉีดอาจคลำพบก้อนเล็กๆ แข็งเหมือนยางลบใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด สามรถคลึงเบาๆ และดื่มน้ำมากๆ สารจะละลายตัวและนิ่มเป็นเนื้อเดียวกันเองภายใน 1เดือน

  • หลังฉีดหากมีการปวดระบมบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็นหรือทานยาแก้ปวด ลดบวมได้

  • นัดพบแพทย์หลังการรักษา 1-2 สัปดาห์

  • กรณีอาการปวดบวมแดงมากผิดปกติ หรือสีผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนไปเป็นสีซีด เป็นสีน้ำตาล หรือดำ (โดยไม่ใช่รอยเข็ม หรือรอยเขียวช้ำ) ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ผู้ทำหัตถการหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ตามเบอร์ที่ให้ไว้ทันที อย่ารอให้ถึงวันนัด

เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเปลี่ยนใจไปเสริมจมูกด้วยซิลิโคนตอนหลัง ต้องขูดออกมั้ย?

Filler ที่เป็น HA มีอายุ 1-2 ปี หลายคนอาจสงสัยว่า ฉีดปีกว่าๆ ทำไมต้องขูดออก ? จริงๆแล้วสารพวกนี้จะละลาย 90-95% ใน 12-15 เดือน จะมีส่วนน้อยๆ ที่ละลายช้ากว่า คือ 2-3 ปี แต่หลังจาก 2-3 ปีจะละลายหมดไปเอง ส่วนคนที่ไปผ่าตัดเสริมจมูกแล้วต้องขูดออกมาเป็นแผ่นๆ นั่นน่าจะเป็นสารอื่นที่ไม่ใช่ ฟิลเลอร์ HA เช่นพวก ซิลิโคนเหลว หรือ Polyacrylamide ซึ่งร่างกายย่อยสลายได้น้อยมาก หรือไม่สลายเลย ซึ่งทางคลินิกจะไม่ได้นำมาใช้ฉีดเนื่องจากเป็นสารที่ผิดกฎหมาย


เรื่องจริงฟิลเลอร์(filler) อยากสวยฟินเวอร์ต้องอ่าน

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดได้จริงไหม?

มีโอกาสเกิดได้จริง โดยในประเทศไทยเคยมีรายงานเคสตาบอดจากการฉีดสารฟิลเลอร์บริเวณจมูกและหน้าผาก โดยสาเหตุจากการฉีดสารเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่วิ่งไปเลี้ยงจอประสาทตา วิธีการป้องกันคือควรฉีดในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีใบอนุญาต มีเครื่องมือช่วยชีวิตในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น!!

สรุปแล้ว ฟิลเลอร์หากนำมาใช้อย่างถูกวิธีจะมีคุณมหาศาล แต่หากรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการควรพูดคุยปรึกษาแพทย์โดยละเอียดว่าการรักษาแบบใดที่เหมาะกับเรา จึงจะไม่ต้องเสียใจในภายหลัง

สาวๆ ที่อยากสวยด้วยฟิลเลอร์ (Filler) อย่างปลอดภัยสามารถปรึกษาได้ที่วลีรัตน์คลินิกค่ะ

ฉีดไหมจมูกดีไหม ไม่อยากศัลยกรรม 

ฉีดไหมจมูกดีไหม ไม่อยากศัลยกรรม web.jpg

ฉีดไหมจมูกดีไหม ไม่อยากศัลยกรรม  หรือเสริมซิลิโคนดี เรื่องจมูกนี่เป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆจริงๆ ก็อย่างที่เรารู้ๆกันคือจมูกถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของใบหน้า หากจมูกเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นสวยขึ้น จากคนหน้าตาธรรมดาก็สามารถกลายเป็นนางเอกแบบแม่การะเกดได้เลยทีเดียว แต่ถ้าหากจมูกแย่แล้วนั้น จากคนหน้าตาดีๆก็อาจจะแย่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นพออยากจะเสริมจมูกที สาวๆก็คงเป็นกังวลกันล่ะสิ แถมเดี๋ยวนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ให้เราได้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสริมแบบซิลิโคน, การฉีดไขมัน ,การฉีดฟิลเลอร์ หรือการฉีดไหมจมูกที่ไม่ต้องผ่าตัด

ว่าแต่เอ๊ะ? จะเลือกแบบไหนดีล่ะ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบรูปหน้าของทางวลีรัตน์คลีนิก จึงจะแนะนำเกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆที่ใช้ในการเสริมจมูก ไม่ว่าจะเป็น การเสริมด้วยการทำศัลยกรรมแบบซิลิโคน , การฉีดฟิลเลอร์, การฉีดไขมัน , และการร้อยไหมที่กำลังได้รับความนิยม ว่ามีข้อดีและเหมาะกับใครบ้าง ไปดูกันเลยย!!

เสริมจมูก

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน หรือการเสริมด้วยซิลิดคนที่ทำมาจากสารประกอบพอลิเมอร์ ที่หมอจะผ่าตัดเข้าไปในจมูกของเรา โดยการผ่าตัดสามารถเลือกแบบเปิดซึ่งค่อนข้างง่าย หรือจะเลือกแบบซ่อนแผล ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ที่ทำ ซิลิโคนมีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบทำขึ้นมาใหม่ตามรูปหน้าของคนไข้โดยเฉพาะ หลังทำต้องพักฟื้น 3 -7 วัน อาจจะมีอาการบวมและช้ำ

เสริมจมูก

การเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมัน เป็นการใช้เซลล์ไขมันของคนไข้เองฉีดเข้าไปเพื่อเสริมจมูกให้โด่งและได้รูปขึ้น ข้อดีคือไม่มีแผลผ่าตัด และไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้สารแปลกปลอม เพราะเซลล์ไขมันเป็นเซลล์ของคนไข้อยู่แล้ว จึงเข้ากันได้ดี แต่รูปจมูกที่ได้จะไม่โด่งเป็นสันและดูคมเท่ากับซิลิโคน ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้จมูกสันเป็นคมชัดเจน

ฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก

การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มจำพวกไฮยาลูรอนิก ช่วยเติมเต็มเข้าไปภายในผิวหนังจึงไม่เป็นอันตรายใดใด แต่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ฉีดให้ เพราะแพทย์ต้องวิเคราะห์ให้เข้ากับใบหน้าของคนไข้ และต้องฉีดให้ได้ทรงตามที่คนไข้ต้องการ ซึ่งแพทย์ต้องสอบประวัติคนไข้ว่าไม่มีอาการแพ้สาร ไฮยาลูรอนิก และคนไข้ต้องดูแลรักษาตัวเองให้เหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น คือห้ามอบเซาน่าหลังจากทำสองอาทิตย์ เพื่อไม่ให้สาร Filler ละลายเร็วเกินไปและเมื่อสารฟิลเลอร์ละลายแล้วต้องมาฉีดเพิ่มเติม

ฉีดไหมจมูกอาลิซ.JPG

การฉีดไหมจมูก คือการฉีดไหมเข้าไปผิวหนังชั้นไขมัน เพื่อให้ไหมช่วยพยุงรูปจมูก เพราะฉะนั้นต้องฉีดกับคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญสูง เมื่อฉีดไหมเข้าไปแล้ว ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาล้อมรอบไหมเอาไว้ ทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงเรียบ และสูงพุ่งขึ้น จึงทำให้จมูกดูโด่งเรียวเป็นสัน หลังไหมละลาย คอลลาเจนยังอยู่อีก 2 -5 ปีขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้ อีกทั้งคนไข้ยังสามารถเลือกแบบจมูกที่ต้องการได้ อย่างเช่นต้องการให้สันจมูกโด่งตรงขึ้น หรือเน้นปลายหยดน้ำก็ได้เช่นเดียวกัน หลังทำดูแลเหมือนการร้อยไหมปกติ เพียงแค่งดการรับประทานวิตามินจำพวกวิตามินอีหรือแปะก๊วย อีกทั้งหลังทำก็ไม่มีแผล มีเพียงรอยร้อยไหมเล็กๆที่ปลายจมูกและหลังร้อยไหมสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ฉีดไหมจมูก เหมาะสำหรับคนที่อยากศัลยกรรม และไม่ต้องการรักษาแผลจากการศัลยกรรม ซึ่งปัจจุบันจะใช้ไหมละลายในการทำ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกาย เพราะไหมจะสลายหายไปเอง แต่ถ้าอยากเพิ่มคอลลาเจนหลังฉีดไหม สามารถรับประทานคอลลาเจนและวิตามินซี เพื่อช่วยให้ผิวพรรณดูใสขึ้นด้วย เรียกได้ว่าได้สองเด้งเลยทีเดียว ทั้งผิวใสบริเวณจมูกและจมูกที่โด่งเป็นสันคมได้รูป

ฉีดใจการฉีดไหมเพื่อเสริมจมูกสอบถามได้ที่

WALEERAT CLINIC

LINE : @WALEERAT

FACE BOOK : WALEERATCLINIC

เสริมจมูกวิธีไหน เหมาะกับคุณ

เสริมจมูกวิธีไหนเหมาะกับคุณ.jpg

การเสริมจมูกนับเป็นการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของสาวๆ เลยก็ว่าได้ เพราะจมูกเป็นจุดสำคัญที่ช่วยให้ใบหน้าของเราดูมีมิติและโด่เด่นขึ้น จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันการเสริมจมูกหรือปรับทรงจมูกให้เข้ารูปจะถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วเพราะใครๆ ก็อยากสวยกันทั้งนั้น และเมื่อความนิยมของคนที่ต้องการเสริมจมูกเพิ่มมากขึ้น การตอบสนองต่อความต้องการก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับสาวๆ ที่สนใจและต้องการเสริมจมูกมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่เหมาะกับคุณและดูเป็นธรรมชาติ

1.เสริมจมูกผ่าตัดศัลยกรรม

ศัลยกรรมเสริมจมูก

การเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมมีทั้งการเสริมด้วยซิลิโคนและเสริมด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูก ซึ่งซิลิโคนมี่ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบเหลาเองเพื่อให้ตรงต่อความต้องการและปรับรูปทรงให้เข้ากับใบหน้า หลังจากเสร็จขั้นตอนการผ่าตัดคนข้าอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1 เดือน และดูแลตัวเองตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องการการติดเชื้อจากแผลผ่าตัดและซิลิดคนทะลุ

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู เป็นการนำกระดูกอ่อนหลังใบหูตัวเองมาช่วยเสริมบริเวณปลายจมูก ในกรณีที่ต้องการจมูกปลายหยดน้ำ หรือผู้ที่เสริมจมูกด้วยซิลิโคนมากจนปลายจมูกบาง การใช้กระดูอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตำแหน่งปลายจมูก จึงทำให้รูปปลายจมูกสวยงามเป็นธรรมชาติ

2.เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ (FILLER)

เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ (FILLER)

 เป็นสารประกอบไฮยาลูโลนิกเอซิด (Hyaluronic  Acid) ที่มีอยู่ในผิวหนังของเราอยู่แล้วตามธรรมชาติ  ซึ่งสามารถฉีดเสริมในตำแหน่งที่ต้องการได้ไม่ว่าจะเป็นสันจมูก หรือปลายจมูก ใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที  และสามารถกลับไปทำงาน หรือทำธุระอื่นๆ ต่อได้ โดยไม่ต้องพักฟื้น การฉีดเสริมจมูกด้วยวิธีนี้ จะอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน โดยจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น และดูเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับฟิลเลอร์ที่อยูได้นานมากๆ เนื่องจากมีการผสมสารพอลิเมอร์ซึ่งยังไม่ได้รับรองความปลอดภัยจึงอาจเกิดผลเสียต่อผิวหนังได้ ฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เสริมจมูกด้วยการฉีดไหม ร้อยไหม

3.เสริมจมูกด้วยการฉีดไหม ร้อยไหม

 การเสริมจมูกด้วยการฉีดไหมและร้อยไหมเป็นวัตกรรมที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม่มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด ไม่มีสารตกค้างในร่างกายเพราะวัสดุทำมาจากไหมละลายที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติและที่สำคัญไม่ต้องฟักฟื้น โดยเส้นไหมที่ฉีดเข้าไปจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและถึงแม้เส้นไหมจะละลายไปแล้วแต่ผลลัพธ์ของการส้รางคอลลาเจนยังคงอยู่ ซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของเส้นไหม

รีวิว pinochi nose ข้าง.jpg

ไหม Pinochi nose เสริมจมูกด้วยไหมละลายโดยไม่มีการผ่าตัด เเละเติมสารเเปลกปลอมเข้าไป ไม่มีผลข้างเคียงเพราะไหมจะสลายไปเองตามธรรมชาติ การเสริมจมูกแบบนี้เหมาะกับการเสริมดั้ง แก้ไขปีกจมูก ทำให้จมูกโด่งอย่างเป็นธรรมชาตินาน 2 ปี

รีวิว Diamond nose.jpg

ไหม Diaond nose ไหมเพชรแท้ สำหรับแก้ปัญหาจมูกโดยเฉพาะที่ผลิตด้วยขั้นตอนการหล่อ หรือที่เรียกกันว่า “ไหมหล่อ หรือ Molding”เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นไหม จึงทำให้เงี่ยงของเส้นไหมมีคุณสมบัติที่แข็งแรง ไม่ขาดง่าย  และสามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี และด้วยอายุของผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานจึงสามารถตอบโจทย์ให้กับคนที่อยากเสริมจมูกแต่กลัวเจ็บได้เป็นอย่างดี

รีวิวAmethyst

ไหม Amethyst ไหมเสริมจมูกโครงสร้างตาข่ายที่มีความยืดหยุ่นสูงอุ้มน้ำได้ดี ไม่ขาดไม่เปราะง่าย ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนรอบทิศทาง สามารถประบทรงจมูกได้ตามต้องการเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีเนื้อจมูกน้อย และให้ผลลัพธ์จมูกสวยโด่งอย่างเป็นธรรมชาตินาน 5 ปี

การเสริมจมูกที่ถูกวิธีควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมกับเลือกสถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อความสวยอย่างปลอดภัยนะคะ

สนใจโปรแกรมฉีดไหมจมูกสามมารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

สิ่งที่สาวๆ ควรทำหลังร้อยไหม

ข้อควรทำหลังร้อยไหม2.jpg

ข้อควรปฏิบัติ หลังการร้อยไหม หลังจากการร้อยไหมเพื่อลดปัญหาความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้าให้กระชับขึ้น ซึ่งถึงแม้วิธีนี้จะไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่การดูแลตัวเองหลังจากการร้อยไหมอย่างถูกวิธีก็ช่วยให้แผลและรูปหน้าเข้าที่ได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยให้ การร้อยไหมได้ผลดีอีกต่างหาก  แล้วการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีต้องทำอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

ยา2.jpg

1. ก่อนและหลังร้อยไหมงดทานยาหรือวิตามินที่ทําให้เลือดออก เช่น แอสไพริน, Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย 9  เนื่องจากยาเหล่านี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี อาจจะทำให้เลือดหยุดไหลช้า ก่อนและหลังร้อยไหมสัก 2 อาทิตย์ควรจะงดยาเหล่านี้

สัมผัสหน้า.jpg

2. ภายในสัปดาห์แรกหลังเข้ารับการรักษาด้วยการ้อยไหมละลายควรสัมผัสใบหน้าเบาๆ บางคนเผลอล้างหน้าแรงๆ ก็อาจรู้สึกเจ็บแปลบๆ บริเวณผิวที่ร้อยไหมเข้าไปได้ (ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสทั้งบริเวณที่รักษา 2-3 วัน) รวมถึงการไม่ขยี้บริเวณที่ร้อยไหม เนื่องจากจะทำให้ใบหน้าอักเสบ

งดเลเซอร์

3. ภายใน 2 สัปดาห์แรกหลังร้อยไหม ห้ามทําเลเซอร์ ทรีทเม้นต์นวดหน้าต่าง รวมทั้งว่ายน้ํา หรือโยคะ เนื่องจากการร้อยไหมนั้นมีรอยแผล เพียงแต่คุณมองไม่เห็น จึงควรป้องกันทุกกิจกรรมที่สร้างโอกาสให้เชื้อโรคซึมเข้าสู่ใบหน้าคุณได้

หลังร้อยไหม

4. การร้อยไหมละลายจะเริ่มเห็นผลหลังรับบริการ 1 เดือน และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ภายใน 6 เดือนแรก ดังนั้น หากระยะแรกยังไม่เห็นผลของการร้อยไหมละลาย อย่างเพิ่งใจร้อยไปผ่าตัดทําศัลยกกรรมใดๆ ซ้ําอีก ควรรอดูผลชัดเจนของการร้อยไหมก่อนไม่ควรวิตกกังวลไปก่อนว่าการร้อยไหมไม่ได้ผล เพราะหลังร้อยไหมทันที จะเห็นผลที่ 20% และจะเห็นผลชัดเจนหลังร้อยไหมหนึ่งเดือน

กินวิตามินและคอลลาเจน

5. กินวิตามินซี และคอลลาเจน การร้อยไหมจะทำให้ใต้ชั้นผิวหนังเกิดรอยแผลซึ่งเป็นผลมาจากการแทงเข็มเพื่อนำเส้นไหมเข้าไป ดังนั้นหลังร้อยไหมก็จะเกิดการซ่อมแซมตนเองด้วยการสร้างคอลลาเจน ซึ่งการที่เรากินวิตตามินและคอลลาเจนเสริมเข้าไป จะช่วยในการกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจนให้ล้อมรอบไหมมากยิ่งขึ้น

หลังร้อยไหมนอกจากจะต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว การทำตามคำแนะนำของคุณหมอก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเคร่งครัด เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สาวๆ ที่สนใจโปรแกรมร้อยไหมสามมารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

5 ความจริงเรื่องร่องใต้ตา By หมอกลาง

5 ความจริงเรื่องร่องใต้ตา.jpg

ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาทำคุณผู้หญิงหลายคนหมดความมั่นใจเพราะเจ้ารอยต่างๆ นานาทั้งหลายรอบดวงตานี่แหละที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุเพิ่มมากขึ้น วันนี้วลีรัตน์คลินิกมีเกล็ดความรู้เกี่ยวกับ 5 ความจริงเรื่องร่องใต้ตาจากคุณหมอกลางมาฝากกันค่ะ

Wrinkles.jpg

1. บนหน้าของเรามีร่องมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร่องใต้ตา ร้องแก้ม ขมับลึก แต่ร่องที่เกิดไวที่สุด คือ ร่องใต้ตา ไวขนาดว่าวัยรุ่นบางคนก็มีร่องใต้ตากันแล้ว

2. ร่องใต้ตาของชาวเอเชีย มักเกิดควบคู่กับการที่แก้มส้ม (mid face) ที่หาย 

3. ร่องใต้ตาที่ลึก ทำให้เรามองเห็นเส้นเลือดดำรอบดวงตาง่ายขึ้น จึงดูหมองคล้ำ เศร้า เหงา และมีอายุ

4. การแก้ไขร่องใต้ตาให้ดูเต็มขึ้น สามารถช่วยลดอายุให้หน้าดูเด็กขึ้น ทำให้ดูสดชื่น สวยและลดรอยดำใต้ตาได้

5. ผิวบริเวณใต้ตาบางที่สุดบนหน้า และมีโครงสร้างภายในซับซ้อน ทำให้การฉีดฟิลเล่อใต้ตาโดยผู้ไม่ชำนาญหรือใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดอาการไม่เรียบเนียนได้

ไหมไพลิน.jpg

5 ความจริงเกี่ยวกับไหม Pailin เพื่อแก้ไข 5 ปัญหารอบดวงตา

1. ไหม Pailin เป็นไหมละลายแบบพิเศษสำหรับเติมร่องใต้ตา 

2. ไหม Pailin มีโครงสร้างแบบเกลียวที่พื้นผิวภายใน ทำให้สามารถสร้างเนื้อเยื่อได้มากกว่าไหมละลายชนิดอื่น ทำหน้าที่ในการเติมเต็มได้ดี

3. ไหม Pailin เป็นไหมที่ใช้วัสดุ PDO ที่ดีไซน์โครงสร้างพิเศษ และมีพื้นที่ผิวสัมผัสทั้งภายในและภายนอก ทำให้สลายได้ช้า และอยู่ได้นานขึ้น

4. ไหม Pailin ค่อยๆ กระตุ้นให้เนื้อเยื่อมีการสร้างคอลลาเจนมาเติมเต็ม ทำให้ไม่มีปัญหาเป็นก้อนนูน

5. แม้ไหม Pailin จะสลายไปในเวลา 2 ปี แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจะคงอยู่ต่อไป มีการสลายอย่างช้าๆ ทำให้รวมแล้วอยู่ได้นานถึง 5 ปี

สาวๆ ที่สนใจโปรแกรมฉีดไหมไพลิน สามมารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

6 เรื่องห้ามลืมบอกหมอก่อนร้อยไหม

6 เรื่องห้ามลืมบอกหมอ ก่อนร้อยไหม.jpg

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับท่านที่กำลังสนใจอยากร้อยไหม อะไรบ้างที่คุณควรบอกคุณหมอก่อนทำการร้อยไหม เพื่อที่หลังทำจะได้ผลดี หายไว ไม่บวมนาน มาดูกันค่ะ

โรคประจำตัว.jpg

1. โรคประจำตัว เช่นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะเลือดหยุดยาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปลายประสาทอักเสบ หาคุณมีโรคเหล่านี้ควรแจ้งคุณหมอก่อนทำ เพราะอาจมีผลต่ออาการบวมช้ำ ผลการรักษา และการฟื้นตัวของผิวหลังทำได้

ยา.jpg

2. ยาที่ทานเป็นประจำ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกร็ดเลือด ยาแก้อักเสบบางชนิด อาจมีผลต่อการไหลเวียนเลือด ภาวะการหยุดเลือดได้


3. ประวัติแพ้ หากท่านเคยมีผื่นคัน ลมพิษ บวมแดง แน่นหน้าอก หลังจากทานยา หรืออาหารบางชนิดแล้ว หรือแพ้ยาชา ต้องรีบแจ้งให้แพทย์ทราบ ก่อนทำการรักษา

ประวัติการรักาาใบหน้า

4. ประวัติการรักษาใบหน้า เช่น การฉีดฟิลเลอร์ ฉีดซิลิโคนเหลว หรือสารอื่นๆ ประวัติการผ่าตัดใบหน้า เพราะอาจกวนการรักษาได้ หากคุณหมอทราบก่อนล่วงหน้าจะได้วางแผนรักษาถูกต้อง

อ้าปาก.jpg

5. กิจวัตรประจำวัน หลังการรักษาคุณหมอจะให้งดกิจวัตร คือ การอ้าปากกว้าง เช่น การหาว หัวเราะเสียงดัง ตะโกน เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่ชอบทำพฤติกรรมดังกล่าว จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

untitled.JPG

6. จะต้องใช้หน้าวันไหน อันนี้สำคัญที่สุด เพราะหลังทำ มีโอกาสบวมช้ำได้หลายวันขึ้นกับสภาพผิว ดังนั้นหากต้องรีบใช้หน้าต้องแจ้งคุณหมอก่อน จะได้วางแผนว่าจะหายทันมั้ย

เพียงเท่านี้ก็จะร้อยไหมได้อย่างมั่นใจ หลังทำบวมน้อย และสวยเป๊ะในเวลาไม่นานค่ะ สาวๆ ที่สนใจคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย สามารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ 

5 เมคอัพเนรมิตหน้าวีเชฟ

5 เมคอัพเนรมิตหน้าวีเชฟ

สาวหน้าบาน กรามเหลี่ยม ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจว่าทำไมเราไม่หน้าเรียวเหมือนคนอื่น จะให้ไปทำศัลยกรรมก็กลัวเจ็บแถมเสียเงินแพงๆ อีก เดี๋ยวนี้สาวๆ น่าจะคุ้นเคยกับการเห็นดารา หรือเมคอัพอาร์ติสทั้งหลายชอบใช้ไฮไลท์หรือการเฉดดิ้งใบหน้า เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้อย่างใจนึก บางทีมองไกลๆ นึกว่าไปทำศัลยกรรม ฉีดโบท็อกซ์ หรือว่าใช้โปรแกรม Photoshop ทำให้หน้าดูเรียว มีโหนกแก้ม เป็นสันนูนแบบเด่นชัด แต่ที่จริงไม่ใช่เลย สิ่งที่ต้องใช้ก็คือเครื่องสำอางที่มีโทนสีเข้ม และฝีมือการไฮไลท์เพื่อสร้างแสงและเงาให้เกิดเป็นภาพลวงตา ดูเหมือนว่าหน้าเล็กลงทันที ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแค่การปัดเครื่องสำอางลงบนหน้าไม่เท่าไหร่ หน้าของเราก็ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ลองไปดูเคล็ดลับของการแต่งหน้ากันเลยค่ะ

1. แต่งหน้าใสแบ๊วสไตล์สาวเกาหลี

1.แต่งหน้าใสแบ๊วสไตล์สาวเกาหลี.jpg

เริ่มจากลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์เซตหน้าให้ดูเนียนกริบ ตามด้วยแต่งตาโทนชมพูกรีดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตา แล้วอย่าลืมลงไฮไลท์ที่หัวตาให้ดูกลมโตพร้อมปัดมาสคาร่า เมื่อตาเป๊ะแล้วต้องปัดคิ้วให้ปัง สุดท้ายไลท์ดั้งและปัดกรอบหน้าตั้งแต่ข้างแก้มลงมาที่ปลายคางด้วยบรอนเซอร์ จบด้วยการปัดแก้มและทาลิปสติกแบบไล่สี เพียงเท่านี้ก็ได้ลุคสวยใสหน้าเรียวแบบสาวเกาหลีแล้วค่ะ ดูตัวอย่างได้ที่ https://youtu.be/dY2Mi_tmEg4

2. เทคนิคคอนทัวร์ให้หน้าเล็กลงแบบขั้นเทพ

2 เทคนิคคอนทัวร์ขั้นเทพ.jpg


เทคนิคแต่งหน้าให้เรียวเล็กอยู่ที่การคอนทัวร์ งานนี้เลยจัดวิธีคอนทัวร์หน้าให้เรียวเล็กมาให้ชมกันแบบเน้น ๆ ซึ่งวิธีก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ แค่เซตแป้งให้พร้อม จากนั้นลงไฮไลท์ที่ระหว่างคิ้ว ใต้ตาทั้งสองข้าง สันจมูก ข้างมุมปาก และคาง ตามด้วยปัดบรอนเซอร์ที่หน้าผากใต้ไรผม และปัดกรอบหน้าให้เป็นเลข 3 ตั้งแต่ขมับ ใต้โหนกแก้ม ไปยังกราม สุดท้ายใช้ฟองน้ำเบลนด์ให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้หน้าเรียววีเชฟแบบง่าย ๆ

3. แต่งหน้าฉ่ำ ๆ สไตล์ดิวอี้ สดใสแถมยังหน้าเรียวจนใครก็ทัก

3.แต่งหน้าฉ่ำวาว.jpg

สาว ๆ คนไหนที่อยากหน้าเรียววีเชฟแบบลุคดิวอี้ ดูเป็นธรรมชาติ แต่สวยแบบฉ่ำ ๆ ต้องห้ามพลาด How To นี้เลยค่ะ เริ่มจากทาครีม ลงรองพื้น และแป้งให้เรียบร้อย เมื่อหน้าเนียนแล้วให้ใช้คอนซีลเลอร์เนื้อครีมแต้มลงไปที่บริเวณใต้ตา ระหว่างคิ้ว และคาง ใช้พัฟแตะแป้งเกลี่ย ๆ ให้เนียน จากนั้นใช้บรอนเซอร์แบบแท่งมาวาดข้างแก้ม ใต้ขมับ กราม และเบลนด์ให้เรียบร้อย ตามด้วยใช้ครีมบลัชแต้มที่พวงแก้ม ลงไฮไลท์เหนือโหนกแก้ม ใต้คิ้ว และสันจมูก ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกสีส้ม เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

4. สไตล์ว่องไวภายใน 5 นาที

4. สไตล์ว่องไวภายใน 5 นาที.jpg

สำหรับสาวที่เร่งรีบใช้เวลาแค่ 5 นาทีคุณก็สามารถเฉิดฉายได้แค่เฉดดิ้งกับไฮไลท์สองอย่างก็เอาอยู่ โดยเริ่มจากการใช้เฉดดิ้งที่บริเวณกรอบหน้า ใต้โหนกแก้ม กราม ขมับ และข้างสันจมูก เบลนด์ทั้งหมดให้เนียน พร้อมทั้งใช้เฉดดิ้งลงที่ตาทั้งสองข้าง ตามด้วยไฮไลท์ที่บริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก คาง และสันจมูก ปิดท้ายด้วยการแต้มลิปกลอสสีส้ม เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ลุดใสๆ ที่สามารถแต่งได้ทุกวันแล้วค่ะ

5. คอนทัวร์หน้าให้เรียวเล็กใครก็ทำได้

5. คอนทัวร์หน้าให้เรียวเล็กใครก็ทำได้.jpg

อีกหนึ่งวิธี สำหรับเทคนิคการแต่งหน้าให้เรียวเล็ก โดยวิธีนี้สิ่งสำคัญก็อยู่ที่การคอนทัวร์เช่นเดียวกันค่ะ เริ่มจากลงแป้งให้ทั่ว จากนั้นลงคอนซีลเลอร์แบบครีมสีเข้มสร้างเงาให้ใบหน้าดูเรียวเล็กที่ข้างแก้ม ขมับ และข้างสันจมูก ตามด้วยใช้แปรงแตะแป้งบาง ๆ เบลนด์ให้เนียน เมื่อเสร็จแล้วให้ลงเฉดดิ้งซ้ำอีกรอบเพื่อสร้างเงากรอบหน้าให้ชัดเจน ลงไฮไลท์ที่เหนือแก้ม หน้าผาก และสันจมูกเป็นอันว่าเสร็จ คราวนี้ต่อไปจะแต่งหน้าลุคไหนก็วีเชฟได้ทุกลุคแล้วค่ะ

https://youtu.be/Wh4Ko7e8Vpo

หรือหาสาวๆ ต้องการหน้าวีเชฟแบบเรียวเป๊ะไม่ง้อศัลยกรรม สวยทุกมุมเป๊ะทุกองศาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้าได้ที่วลีรัตน์คลินิคนะคะ

อยากลดโหนกแก้ม ไม่ต้องง้อศัลยกรรม

หน้าเรียวเล็ก.jpg

“อยากลดโหนกแก้ม ทำยังไง ไม่ศัลยกรรม” มุมมองความสวยของแต่ละคน แต่ละสังคม มีความแตกต่างกัน ความสวยของคนหนึ่งอาจไม่ใช่ความสวยของอีกคน ขึ้นอยู่กับค่านิยมของสังคมนั้นๆ ชาวตะวันตกอาจมองว่าคนสวยคือคนที่โครงหน้าเป๊ะ ปัง แต่ชาวเอเชียอาจมองว่าคนสวยคือการมีรูปหน้าเรียวเล็กก็ได้

สาวๆ หลายคนคงอยากมีใบหน้าที่เรียวเล็กได้รูป แต่โครงหน้าของคนเอเชียอย่างเรา มักจะมีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ ทำให้รูปหน้าดูเหลี่ยม ดูไม่อ่อนหวาน ถ้าอยากรู้ว่าจะลดโหนกแก้มได้อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าใบหน้าของเรานั้น มี 4 ชั้น ไล่จากชั้นนอกไปชั้นใน ก็คือ ชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ชั้นกล้ามเนื้อ และชั้นกระดูก

ถ้าเป็นคนที่มีกระดูกใหญ่ จะใช้การศัลยกรรมทุบโหนกแก้ม เป็นการลดโหนกแก้มแบบถาวร แต่วิธีนี้จะเจ็บที่สุด ต้องพักฟื้นนาน และอาจจะมีผลข้างเคียง เช่น หน้าผิดรูป หรือเป็นแผลเป็น อีกวิธีคือลดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม หลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน

20180706_๑๘๐๖๑๑_0008.jpg

การ Botox ลดโหนกแก้ม กันมาบ้าง แต่จริงๆแล้ววิธีนี้ ไม่ค่อยเห็นผล แถมยังอันตราย เพราะกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อยกมุมปาก ทำให้มีผลกับการยิ้ม ถ้าฉีดผิดตำแหน่งอาจทำให้ปากเบี้ยวได้ แถม botox ยังออกฤทธิ์แค่ชั่วคราว ต้องมาเติมซ้ำทุกๆ 6 เดือนอีก การลดโหนกแก้มที่ชั้นกระดูก และชั้นกล้ามเนื้อมีความเสี่ยง จึงต้องเลี่ยงไปลดที่ชั้นอื่นแทน ซึ่งจริงๆแล้ว เกินครึ่งของคนที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ จะมีปัญหาที่ชั้นไขมัน จึงใช้วิธีลด fat ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสลายไขมัน

ที่รู้จักกันดี อย่างเช่น MESO FAT , LLD หรือ ใช้วิธีดูดไขมัน แต่ก็จะเกิดรอยแผลเป็น ผิวเป็นคลื่น เป็นลอน และไม่เรียบส่วนชั้นผิวหนัง ถ้าผิวหนังหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ก็จะทำให้โหนกแก้มดูบานได้ การร้อยไหมก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาตึงกระชับขึ้น และช่วยดึงเนื้อบริเวณใต้โหนกแก้มให้ยกขึ้นมา แต่ก็มีข้อเสียคือ เจ็บ และบวมนาน

lipo x ลดโหนกแก้ม

สุดท้ายขอแนะนำ Lipo X ฉีดไหมสลายไขมันโหนกแก้ม สามารถลดได้ทั้งชั้นไขมันและยกกระชับชั้นผิวหนัง เป็นวิธีที่เจ็บน้อย ไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำจะรู้สึกได้ทันทีว่าโหนกแก้มมีขนาดเล็กลงและกระชับขึ้น ใครที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ และกำลังหาวิธีลดโหนกแก้มที่ปลอดภัยและเห็นผลเร็ว 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม Lipo X เล็กกว่าที่เคยมี คลิก!!

สาวๆ ที่อยากปรับรูปหน้าเพิ่มความสวยให้ปังด้วยการฉีดไหมสลายไขมะนด้วย LipoX สามมารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ