ฉีดไหมจมูก Diamond Nose Vs Pinochi Nose แบบไหนเหมาะกับคุณ

การฉีดไหมจมูกเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สามารถทำให้สาวๆ มีจมูกที่พุ่งโด่งได้ทรงจมูกที่ต้องการได้โดยไม่ต้องศัลยกรรม มีแผลเพียงเล็กน้อยแถมยังไม่ต้องพักฟื้นอีกต่างหาก ซึ่งสาวๆ ที่ติดตาม “วลีรัตน์คลินิก” คงพอทราบและเห็นผ่านตากันอยู่บ้างสำหรับการฉีดไหมจมูกที่มีทั้งไหม Diamond nose และ ไหม Pinochi nose ซึ่งไหมแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันยังไง แล้วไหมชนิดไหนที่เหมาะกับจมูกของคุณสาวๆ ใส่แล้วปัง เสริมแล้วเป๊ะ ไปดูกันค่ะ

maxresdefault.jpg

สำหรับไหม Diamond Nose เป็นไหมชนิดที่หล่อขึ้นมาจากวัสดุ PLLA (Poly-L-lactic acid) ที่สามารถให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 5 ปี ซึ่งไหม Diamond Nose มี 2 ขนาดด้วยกันคือ 50 mm. และ 60 mm.

เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกเยอะ ฐานจมูกใหญ่ และสันจมูกยาวเพราะเป็นไหมเส้นใหญ่จึงมีความแข็งแรงสูง จึงทำให้สามารถปรับรูปทรงจมูกได้ตามที่ใจสาวๆ ต้องการ และด้วยลักษณะที่เป็นไหมหล่อจึงทำให้มีผิวสัมผัสรอบด้านซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี

ส่วนไหม Pinochi Nose เป็นไหมที่มีลักษณะเป็นเงี่ยง หรือที่หลายคนรู้จักว่าไหม Cog หรือ ไหม barb ซึ่งผลิตมาจากวัสดุที่เป็น PDO (Polydioxanone) และให้ผลลัพธ์อยู่นาน 2 ปี โดยเส้นไหมมีเพียงขนาดเดียวคือ 50 mm. และด้วยลักษณะที่เป็นไหมเงี่ยงจึงทำให้เส้นไหมมีขนาดเล็กกว่าไหม Diamond Nose

ไหม Pinochi Nose เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกน้อย สันจมูกแคบ ซึ่งนี่ก็เป็นคุณสมบัติพิเศษที่เอาใจสาวๆ ที่มีเนื้อจมูกน้อยแต่อยากเสริมจมูกก็ไม่ต้องกลัวจมูกทะลุอีกต่อไป

ฉีดไหมจมูก+diamond+nose.jpg

การฉีดไหมจมูกสามารถให้ผลลัพธ์เทียบเคียงได้กับการศัลยกรรมจมูก เพราะสามารถทำได้ทั้งการปรับทรงจมูก เก็บปีก เสริมดั้ง ปลายเชิด ปลายหยดน้ำ และยังสามารถแก้ทรงจมูกให้กับสาวๆ เสริมซิลิโคนหรือฉีดฟิลเลอร์มาแล้วได้โดยไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย และด้วยคุณสมบัติของไหม PDO และ PLLA ซึ่งเป็นไหมละลายจึงทำให้ไม่มีสารตกค้างใดๆ ภายในร่างกาย แต่ความโด่งของจมูกยังคงอยู่ เพราะเส้นไหมจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเติมเต็ม ต่อให้เส้นไหมละลายไปคอลลาเจนก็ยังอยู่เพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้น และที่สำคัญการเสริมจมูกด้วยการฉีดไหมให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติไม่โป๊ะอย่างแน่นอนค่ะ


จมูกโด่งสวยและเป็นธรรมชาติ มีให้เลือกทั้งสองแบบ สาวๆที่มีเนื้อจมูกน้อย หมดกังวลเรื่องจมูกทะลุได้เลยค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วลีรัตน์คลินิก หรือ แอดไลน์ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้เลยค่ะ