7 วิธีลดเหนียงที่ได้ผลจริง โดยคุณหมอกวาง

 “ใบหน้า” คือสิ่งแรกที่ทุกๆคนจะมองเมื่อเจอกัน ถือได้ว่าเป็นสิ่งตัดสินความสวยงามอย่างแรกๆของร่างกายเลยทีเดียว แต่ว่าการจะมีใบหน้าที่สวยแบบเพอร์เฟคมันก็มีอยู่หลากหลายส่วนที่จะต้องปรับให้เข้ารูป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “เหนียง” ที่ใครหลายคนไม่อยากแม้กระทั่งได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่ก่อนจะไปดูวิธีลดเรามาทำความรู้จักกับเจ้าเหนียงกันก่อนดีกว่าว่ามันมาจากไหนและคืออะไร

%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%2BChin%2Bup.jpg

เหนียง คือ ไขมันส่วนเกินที่อัดแน่นบริเวณใต้คางจนทำให้คางเป็นชั้นๆหรือเรียกว่าคางสองชั้น แน่นอนว่าการมีเหนียงทำให้สาวๆขาดความมั่นใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาถ่ายรูปเพราะทำให้ดูอ้วนและใบหน้าไม่ได้รูป กรอบหน้าไม่ชัดเจน

วิธีกำจัดเหนียงมีวิธีง่ายๆโดยไม่พึ่งศัลยกรรม เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลดการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง ออกกำลังกายด้วยท่าลดเหนียง รวมไปถึงหลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องก้มจนเหนียงออก เช่น การนอนเล่นมือถือ นอนดูทีวี แต่อย่างไรก็ตามวิธีที่บอกไปข้างต้นจะเห็นผลอย่างช้าๆ หากต้องการวิธีลัดฉบับรวดเร็วขึ้นก็อาจต้องพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น


ฉีดไหม+Chin+up.jpg

1. ฉีดสลายไขมัน โดยใช้ตัวยาที่มีฤทธิ์สลายไขมัน ฉีดเข้าไปทำลายไขมันส่วนเกินในบริเวณเหนียงของเรา ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี แถมยังไม่มีรอยแผลเป็นและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำอีกด้วย เหมาะกับคนที่มีเหนียงเป็นเนื้อไขมันเยอะๆ แต่ว่าข้อเสียของวิธีนี้คือถ้าอ้วนขึ้น เหนียงก็จะกลับมาได้ภายหลัง


relaxed-pretty-model-holding-surgical-needle_13339-271071.jpg

2. ฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์หน้า เราอาจเข้าใจว่าการฉีดโบท็อกซ์หรือสารโบทูลินั่มนั้น ช่วยลดกรามและปรับหน้าเรียวได้เพียงอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วโบท็อกซ์ยังทำงานได้ผลดีกับกล้ามเนื้อบริเวณคออีกด้วย 

เมื่อนำมาฉีดด้วยเทคนิคเฉพาะทางหรือที่เรียกว่า “โบท็อกซ์ลิฟต์หน้า ลิฟต์คอ” จะช่วยให้กรอบหน้ายกกระชับ เห็นรูปหน้าชัดเจนและช่วยให้คอยกตึงกระชับ เหนียงดูลดลง โดยการรักษาหนึ่งครั้งจะให้ผลยาวนานประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียว


ไหม+Chin+up.jpg

3. ยกกระชับผิวด้วยการร้อยไหม สำหรับคนที่อยากให้หน้าตึงและยกกระชับแบบม้วนเดียวจบเลย ต้องขอแนะนำเป็นการร้อยไหม เพราะจะช่วยสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวตึงขึ้น แต่เมื่อพูดถึงคำว่า “ร้อยไหม” สาวๆส่วนใหญ่จะกลัวเจ็บ แต่ต้องแอบบอกว่าสมัยนี้มีไหมแบบพิเศษที่ไม่เจ็บเยอะ และไม่บวมช้ำเท่าแบบเดิมอีกแล้ว และให้ผลยาวนานถึง 2-5 ปีขึ้นไปเลยทีเดียว


rejuvenation-procedure-beauty-clinic-injection-women-injection-her-chin_46370-373.jpg

4. เติมคาง หลายๆคนมักคิดไม่ถึงว่าคางสั้นทำให้หน้าดูกลม เพราะใต้คางไม่มีจุดยึดเกาะใดๆ จะทำให้เห็นใต้คางยิ่งชัดขึ้นไปอีก ดังนั้นการเติมคางให้ยาวจนได้รูปโดยการใช้สารเติมเต็มหรือไขมันตัวเองนั้นจะช่วยทำให้หน้าดูเรียวเล็กและเหนียงลดลงอย่างเห็นได้ชัด


IMG_4440.jpg

5. ทำเลเซอร์ยกกระชับ เช่น HIFU, Ulthera, Thermage มีผลต่อการสร้างคอลลาเจนให้ผิว เทคนิคเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเจ็บตัวและไม่ชอบเข็มเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้จะได้ผลดีมากน้อยขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละบุคคล ซึ่งจะให้ผลยาวนาน 6 เดือนถึง 1 ปี


blue+slimmer.jpg

6. RF หรือการใช้คลื่นวิทยุที่มีผลให้ชั้นผิวเรียงตัวกันแน่นขึ้น ทำให้ชั้นของเหนียงดูยุบตัวลง แต่เทคนิคนี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อทำอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2 สัปดาห์


และวิธีสุดท้าย คือ การดูดไขมันเหนียง เทคนิคนี้อาจจะเข้ากับคอนเซ็ปที่ว่า “เจ็บแต่จบ” เหมาะสำหรับสาวๆที่มีไขมันเยอะ ไม่ต้องการมาฉีดสลายไขมันหลายๆครั้ง เทคนิคนี้อาจจะต้องระวังในเรื่องของแผลเป็น แต่ก็สามารถทำเลเซอร์เพื่อกระชับผิวหลังทำได้