12 ปัญหาพบบ่อยหลังฉีดโบท็อกซ์

การเติมเต็มใบหน้าเพื่อลดริ้วรอย เติมเต็มใบหน้าให้ได้สัดส่วน หรือฉีดหน้าเรียวด้วย โบท็อซ์ หรือ สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum toxin) ยังเป็นที่นนิยมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม หรือเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่บางคนเมื่อฉีดมาแล้วอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ใจต้องการ บางคนเกิดผลข้างเคียงจนเป็นที่กังวลใจ มาดูกันค่ะว่าส่วนใหญ่แล้วอาการที่มักพบบ่อยหลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้วมีอะไรบ้าง

1.ปวดกราม มักจะมีอาการปวดกรามอยู่บ่อยๆ และกล้ามเนื้อมุมกรามจะฝ่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

2.เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกราม ที่ถูกฉีดสารโบท็อกซ์ จะมีความหนาแน่นมากขึ้น การขยับจึงหนืดขึ้นตามไปด้วย

3.ข้อต่อระหว่างขากรรไกรหลวม เวลาอ้าปากกว้างๆ แล้วหุบปากเข้าจะรู้สึกกึกๆ ที่ข้อต่อขากรรไกร ซึ่งสาวๆ บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ ในบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้ง เพราะขากรรไกร ที่ทำหน้าที่ยึดข้อต่อไม่แข็งแรงเท่าเดิม

 

4.ใบหน้าไม่ได้สมดุล สำหรับบางคนเมื่อทำการฉีดสารโบท็อกซ์ไปได้แล้วสักพัก จะพบว่าใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ เวลาเคี้ยวหารเหนียวๆ หรือแข็งๆ มัดกล้ามเนื้อในบริเวณกรามก็จะขยายตัวโตขึ้นตามไปด้วย ถ้าหากคุณสาวๆ ชอบเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวบ่อยๆ ก็จะทำให้มัดกล้ามเนื้อที่โตขึ้นมากกว่าอีกข้าง จนเกิดความเสียสมดุลของรูปหน้าในที่สุด

5.ยิ้มแล้วปากเบี้ยว ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการฉีดสารโบท็อกซ์ผิดตำแหน่งโดยแพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญ

6.แก้มหย่อนคล้อย มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มเยอะ เมื่อทำการฉีดสารโบท็อกซ์ เข้าไปในบริเวณกราม กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง แต่ไขมันที่แก้มและข้างๆ มุมปากไม่ได้เล็กลงตามไปด้วย ทำให้แก้มดูหย่อนคล้อยลง สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดลดไขมันบริเวณแก้มและมุมปาก

 

7.หนังตาตก หางคิ้วยกขึ้น หน้าผากตกและตึง เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากการที่สารจากโบท็อกซ์กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น ที่ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อเป้าหมายในการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภายหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ในระยะเวลา 3 ชม. สาวๆ อาจเผลอไปนานราบ หรือทำการบีบนวดบริเวณที่ทำการฉีดหลังจาก การฉีดสารโบท็อกซ์ใหม่ๆ เพราะจะเป็นการทำให้สารโบท็อกซ์ เกิดการไหลย้อน หรือไหลไปยังมัดกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องได้

8.รู้สึกหน้าแข็งไปทั้งหน้า ใบหน้าจะรู้สึกตึง ขยับ หรือบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ดังใจ อาการเหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ สาวๆ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ

9.ใบหน้าบางส่วนเป็นอัมพาธ ทำให้ใบหน้าดูไร้อารมณ์ ไม่สามารถดูออกได้ว่ากำลังดีใจหรือโกรธอยู่ ซึ่งจะเป็นอาการชั่วคราวไม่ถาวร และจะค่อยๆ หายไปตามระยะเวลา

10.เกิดการแพ้ตัวยา ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ ปวดหัวเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือผื่นคัน ในบริเวณที่ทำการฉีด เป็นต้น

11.หน้าเรียวขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม โดยปกติแล้วสารโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ช่วยทำให้ใบหน้าเรียว อยู่ประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทำการฉีดซ้ำได้เพื่อรักษาโครงหน้าให้ยังคงเรียวเข้ารูปเอาไว้ แต่สำหรับบางคนที่เลือกฉีดสารโบท็อกซ์ ที่เป็นของปลอม หรือด้อยคุณภาพ นอกจากฤทธิ์ของสารจะไม่คงอยู่ยาวนานเหมือนปกติ ทั้งยังเป็นอันตรายต่อตัวคุณสาวๆ อีกด้วย

12. เกิดถุงใต้ตา กล้ามเนื้อรอบตา นอกจากข้อเสียที่ทำให้เกิดรอยตีนกาแล้วหนึ่งในข้อดีหลายๆ ข้อที่กล้ามเนื้อนี้คือการพยุงหรือเป็นตะแกรงคอยกั้นไม่ให้ไขมันที่อยู่ข้างล่างมันปูดออกมา ซึ่งสาวๆ หลายคนไม่ชอบรอยริ้วๆ เล็กๆ ใต้ตา ก็มักจะแก้โดยการฉีด botox เพื่อแก้ปัญหา พอฉีดไปเรื่อยๆ บ่อยๆ กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวก็จะอ่อนแรงลงทำให้ไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อนี้สามารถดันกล้ามเนื้อจนเห็นปูดเป็นถุงใต้ตาเกิดขึ้น

เพราะใบหน้าของเรามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สาวๆ หลายคนอยากดูดี แต่ก่อนตัดสินใจเติมแต่งความสวยควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เลือกสถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือและแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ความสวยที่ถูกใจและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานนะคะ