รู้จักไหมแบบมือโปรฯ

 

ปัจจุบันตัวเลือกความงามมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การศัลยกรรม การเสริมความงาม แฟชั่นการแต่งตัว แต่งหน้า สารพัดสิ่งให้เลือกสวยตามต้องการ แต่วันนี้เราจะพูดถึงนวัตกรรมการเสริมความงามที่เจ็บน้อยแต่สวยไวอย่างการร้อยไหมและฉีดไหม ซึ่งการที่เราจะทำอะไรซักอย่างกับใบหน้าก็ต้องศึกษาให้ละเอียดเพื่อความสวยอย่างปลอดภัย วลีรัตน์คลินิกจึงได้นำวิธีดูลักษณะไหมแต่ละประเภทมาฝากค่ะ

รู้จักไหม...แบบมือโปร-01.jpg
 
  1. วัสดุ (Substance)

  • PDO (polydioxanone) วัสดุจากโพลีไดอ๊อกซาโนน เป็นไหมละลายที่ถูกนำมาใช้ในการศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจโดยจะไม่มีผลข้างเคียงต่อผิวหนังและเส้นไหมจะสลายไปเองภายในระยะเวลา 6-8 เดือน

    ไหมPDOได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับวงการความงามด้วยเทคนิคการฉีดไหม ร้อยไหมเพราะผลลัพธ์ของเส้นไหมเมื่ออยู่ใต้ผิวหนังจะเกิดการกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่รวมถึงผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวหน้าตึงกระชับคืนความอ่อนเยาว์และล็อคความสวยไว้ได้นานถึง 2 ปี

  • PLLA (Poly-L-lactic acid) หรือ โพลี่ แอล แลคติค แอซิด ที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงกว่าวัสดุ PDO สามารถอยู่ในร่างกายได้ 14-18 เดือนและสลายไปได้เองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายทำให้ไม่เหลือสารตกค้าง เหลือไว้เพียงคอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ให้ผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์นานถึง 5 ปี

  • PCL (Polycaprolactone) หรือ พอลิคาโปรแลคโตน มีความยืดหยุ่นสูงและแข็งแรงกว่า PDO และ PLLA สามารถอยู่ในร่างกายได้ 16-24 เดือน ด้วยคุณสมบัติที่สามารถอุ้มน้ำได้ดี ทำให้เส้นไหมไม่แตกหักเปราะง่ายและยึดเกาะผิวได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อ กักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวและผลลัพธ์การกักเก็บความงามนานมากกว่า 5 ปี

 
ตารางวัสดุไหม.jpg
 

ไหม+Chin+up.jpg

2. ขนาด (Size)

แบ่งเป็น ความยาวและความอ้วนของเส้นไหม

ความอ้วน มี 6 ระดับ โดย ระดับ 1 คือเส้นไหมอ้วนที่สุดและจะค่อยๆลดระดับความอ้วนลงไปจนถึงระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับที่เส้นไหมเล็กที่สุดนั่นเอง

ความยาว ในการร้อยไหมและฉีดไหมจะใช้ความยาวของเส้นไหมแตกต่างกัน คือ การร้อยไหมจะใช้ความยาวของเส้นไหม 100 มิลลิเมตรขึ้นไป แต่ถ้าเป็นการฉีดไหมจะใช้ความยาวของเส้นไหมตั้งแต่ 6-60 มิลลิเมตร


เสริมจมูกด้วยการฉีดไหม+ร้อยไหม.jpg

3. เทคนิคการทำ (Suture)

แบ่งเป็นการร้อยและการฉีด ถ้าหากว่าเป็นการฉีดไหมจะใช้เส้นไหมที่เล็กและบาง ในขณะที่การร้อยไหมจะใช้เส้นไหมที่ค่อนข้างยาวและใหญ่กว่าการฉีดเพื่อไม่ให้เส้นไหมขาดง่าย


4. รูปทรง (Shape)

ปัจจุบัน “วลีรัตน์คลินิก” ได้ออกแบบเส้นไหมและต่อยอดนวัตกรรมความงามด้วยไหม 4 Generation ด้วยกัน ได้แก่

 
รวมไหม1.jpg
 

Gen 1: ไหมเรียบ (Mono)

ลักษณะการออกแบบเป็นเส้นเรียบตรง ไม่มีผิวสัมผัส ทำมาจากวัสดุ PDO ซึ่งถูกนำมาใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดและถูกนำมาประยุกต์กับวงการความงามด้วยการร้อยไหมเสริมความงาม ไหมเรียบที่ทำจาก PDO เป็นเส้นไหมที่สามารถละลายได้เองหรือที่เรียกกันว่า”ไหมละลาย” สามารถสลายออกจากร่างกายด้วยกลไกธรรมชาติ ภายในระยะเวลา 6-8 เดือน และให้ผลลัพธ์นาน 2 ปี

ไหมเรียบ.jpg

คุณสมบัติไหมเรียบ (mono)

  • ยกกระชับใบหน้า ลดความหย่อนคล้อย

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง

  • ปรับรูปหน้า ให้เข้ารูป กรอบหน้าชัดขึ้น

  • ผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น

  • เส้นไหมละลายได้เองภายในร่างกาย

    ปัจจุบันเริ่มมีการใช้วัสดุอื่นในการผลิตไหมเรียบเพิ่มมากขึ้น เช่น PLLA และ PCL หรือนำมาเคลือบสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นไหม ซึ่งให้ผลลัพธ์นาน 3-5 ปี ไม่ต้องใช้เส้นไหมจำนวนมาก ไม่ต้องเจ็บตัวหลายครั้ง

Product: Ruby no.5, Ruby Nex, Chin up, Lipo X, Aquamarine (เส้นไหม Hybrid PDO+PCL)

เหมาะกับ: การยกกระชับใบหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย, product พิเศษเคลือบตัวยาสลายไขมัน ช่วยลดไขมันในบริเวณที่ฉีดเข้าไปรวมถึงเคลือบ W-cell เพื่อให้เส้นไหมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


Gen 2: ไหมเงี่ยง (Cog,Barb)

เส้นไหมมีลักษณะเป็นเงี่ยงด้วยการใช้เลเซอร์กรีดเส้นไหมให้เป็นเงี่ยง ซึ่งผิวสัมผัสที่เป็นเงี่ยงจะช่วยในการยึดเกาะผิวหนังและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหมตามลักษณะของเงี่ยงไหม ยิ่งเงี่ยงหรือผิวสัมผัสมากยิ่งกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี

ไหมเงี่ยง.jpg

คุณสมบัติไหมเงี่ยง (cog, barb)

  • ยึดเกาะชั้นผิวหนังได้ดี

  • กระตุ้นคอลลาเจนได้ดีตามผิวสัมผัสของเส้นไหม

  • ลักษณะของเงี่ยงไหมขึ้นอยู่กับการออกแบบ ยิ่งเงี่ยงไหมมีผิวสัมผัสมากยิ่งกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี

  • การละลายของเส้นไหมจะค่อยๆ สลายออกไปทีละเงี่ยงจึงทำให้ผลลัพธ์ของไหมอยู่ได้นานขึ้น

Product: Pinochi nose

เหมาะกับ: การยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้นได้ทุกสัดส่วนของใบหน้า


Gen 3: แบ่งออกเป็นไหมหล่อ (Molding)และไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing)

3.1 ไหมหล่อ (Molding)

ลักษณะของเส้นไหมเป็นแบบหล่อชนิดพิเศษ สั่งปั๊มแม่พิมพ์เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ต้องการ (เฉพาะที่วลีรัตน์คลินิก) เงี่ยงไหม 360 องศา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหม มีความแข็งแรง ยึดเกาะสูง ให้ผลลัพธ์นาน 5 ปี

ไหมหล่อ.jpg

คุณสมบัติไหมหล่อ (Molding)

-       เส้นไหมแข็งแรง ไม่หักง่าย

-       ยึดเกาะใต้ชั้นผิวหนังได้ดี ไม่ดีดตัว

-       กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเส้นไหมรอบทิศทาง

-       เส้นไหมขนาดใหญ่ให้ผลลัพธ์นานขึ้น

-       เหมาะกับการปรับรูปหน้าไม่ศัลยกรรม

-       ดึงหน้า ยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อยใบหน้าไม่ต้องผ่าตัด

Product: ไหมหล่อ (Molding): Diamond nose, Grand diamond, Imperial Topaz

เหมาะกับ : การปรับรูปหน้า ดึงหน้าเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย, เสริมจมูก ปรับทรงจมูก เก็บปีก เหมาะกับคนมีเนื้อจมูกหนาและต้องการเสริมจมูกโดยไม่ผ่าตัดศัลยกรรม

 

3.2 ไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing)

ไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing) ลักษณะของเส้นไหมที่หล่อขึ้นมาคล้ายกับการแกะสลัก โดยเส้นไหมมีความเว้าเข้าไปด้านใน เพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนรอบเส้นไหม เส้นไหมมีขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนต่อแรงดึงและยืดหยุ่นสูง 

ไหมหล่อแกะ.jpg

 คุณสมบัติไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing)

-       ผิวสัมผัสแบบแกะสลัก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-       ไหมเส้นใหญ่กว่าปกติ 3 เท่า ให้ผลลัพธ์ x 3

-       เส้นไหมทนต่อแรงดึง ไม่ดีดตัว ยึดเกาะแน่น

-       เหมาะสำหรับปรับรูปหน้าให้สวย กระชับ ได้รูป

-       ได้ผลดีมากกับการยกกระชับใบหน้าเพื่อลดริ้วรอย

Product: ไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing): ไหมมรกต Emerald

เหมาะกับ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ป้องกันริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย

สำหรับไหมหล่อ molding หรือ ไหมหล่อแกะสลัก (Sculpturing) ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เนื่องจากเส้นไหมมีขนาดใหญ่ แพทย์ต้องกะระยะในการวางไหมให้อยู่ในระดับความลึกที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เส้นไหมโผล่หลังการร้อยไหม


Gen 4: แบ่งออกเป็น ไหมเติมเต็ม Volume ไหมเกลียว (Cavern Thread) และไหมตาข่าย 4 มิติ (Honey Comb)

4.1 ไหมเกลียว (Cavern thread) เป็นการนำไหมเรียบ (mono) มาพันรอบเข็มและเมื่อดึงเข็มออกไหมจะมีลักษณะกลวงซึ่งให้ผิวสัมผัส 2 ด้าน คอลลาเจนจึงถูกสร้างขึ้นทั้งภายในและภายนอก ช่วยเพิ่มวอลลุ่มเติมมิติให้กับใบหน้า

ไหมเกลียว.jpg

คุณสมบัติไหมเกลียว (Cavern thread)

-       ผิวสัมผัส 2 ด้าน ทั้งภายในและภายนอก

-       กระตุ้นคอลลาเจนมากถึง 5 เท่า

-       เส้นไหมยึดเกาะสูง มีความยืดหยุ่น

-       ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับใช้ในบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นพื้นที่บอบบางบนใบหน้า เนื่องจากไหมไม่มีเงี่ยงจึงอ่อนโยนเป็นพิเศษกับผิวบริเวณรอบดวงตาและด้วยลักษณะกลวงของเส้นไหมจึงช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น

Product: ไหมไพลิน

เหมาะกับ: ผู้ที่มี 5 ปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ร่องน้ำตาลึก เกิดถุงใต้ตา หางตาและคิ้วตก

 

4.2 ไหมตาข่าย 4 มิติ Honey comb) เป็นการนำไหมเรียบ (mono) มาถักรวมกันจนเป็นโครงสร้างตาข่าย ที่มีเฉพาะที่“วลีรัตน์คลินิก” เท่านั้น โดยใช้วัสดุพิเศษ PCL (Polycaprolactone) มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมร่องแก้ม ร่องลึกบนใบหน้าเพราะเส้นไหมมีขนาดใหญ่

ไหมตาข่าย.jpg

คุณสมบัติไหมตาข่าย 4 มิติ (Honey comb)

-  เติมเต็มร่องลึกได้ดี เช่น ร่องแก้ม เหมาะกับการฉีดไหมเสริมจมูกสำหรับผู้ที่มีเนื้อจมูกน้อย

- อุ้มน้ำได้ดี ยืดหยุ่นสูง ไม่เปราะง่าย

- กระตุ้นคอลลาเจนรอบทิศทาง ทั้งภายในและภายนอก

- เติมเต็มร่องลึก ร่องแก้มแทนฟิลเลอร์ได้ (Filler)

- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ถึง 5 เท่า

- เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวมากยิ่งขึ้น

Product: ไหมอำพัน Amber, ไหม Amethyst

เหมาะกับ: ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ริ้วรอยถาวร (Wrinkle) เติมเต็มร่องน้ำหมากแต่ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ (Filler), เพิ่มมิติให้กับจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมจมูกแต่มีเนื้อจมูกน้อย โครงสร้างตาข่ายจะช่วยเพิ่มความโด่งให้จมูกได้เป็นอย่างดี


ไม่ว่าเทรนด์ความสวยจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน นวัตกรรมการเสริมความงามก็ไม่หยุดพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความงามอย่างปลอดภัยให้กับคุณเช่นกัน ชนิดของไหมที่มีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยและความเหมาะสมรวมไปถึงดีไซน์ของไหมที่ถูกคิดค้นพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ

หากใครที่สนใจการฉีดไหมและร้อยไหมเสริมความงาม ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพไม่ต่างกับการศัลยกรรมแถมยังเจ็บตัวและใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า สามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดหรือแอดไลน์ปรึกษาเหล่า Facial Designer ก่อนก็ได้ค่ะ