ริ้วรอยใต้ตาปัญหาที่ต้องดูเเล

 
2019 04 25 ดูแลผิวหน้า บอกลาห

ริ้วรอยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ล้วนเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ และหนึ่งในริ้วรอยที่น่ากังวลใจเป็นเป็นพิเศษก็คือ ปัญหาผิวรอบดวงตา เพราะผิวบริเวณนี้เป็นผิวที่ละเอียดอ่อนเเละบอบบางกว่าผิวบริเวณส่วนอื่นของใบหน้า และสามารถเกิดปัญหาได้หลายอย่าง ทั้งริ้วรอยใต้ตา รอยคล้ำรอบดวงตา รวมไปถึงถุงใต้ตา

เพราะดวงตาคือส่วนที่สำคัญที่สุดของใบหน้า เพราะดวงตาสามารถบ่งบอกอายุของเราได้ ดังนั้นปัญหาริ้วรอยรอยดวงตาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะมองข้าไม่ได้เลย วลีรัตน์คลินิกจึงมีวิธีการในการดูแล รักษาปัญหารอยรอบดวงตามาฝากค่ะ


ปัญหารอบดวงตาเกิดจากอะไร?

ปัญหาผิวรอบดวงตาโดยหลักแล้วมีด้วยกัน 3 ปัญหา ดังนี้

652395-POZAGS-13.jpg

ถุงใต้ตาบวม เกิดจากการสะสมของน้ำและไขมันรอบดวงตา เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวก็จะเริ่มเสื่อมและหย่อนคล้อยทำให้เกิดการสะสมของน้ำและไขมันมากขึ้น และยิ่งมีการสะสมของน้ำและน้ำมันที่มากขึ้น ขนาดของถุงใต้ตาก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นจนปรากฏกให้เห็นได้ชัด

โดยส่วนใหญ่แล้วมีสาเหตุมาจากโรคภูมิเเพ้ การติดเชื้อในโพรงไซนัส ความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มมากเกินไป หรือกระทั่งการร้องไห้ ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน


O8701W0.jpg

รอยดำรอยหมองคล้ำรอบดวงตา  เกิดจากการไหลเวียนของเลือดบริเวณนี้ไม่ดี เกิดการคั่งค้างและรั่วซึมของเลือดรอบดวงตา เนื่องจากเส้นเลือดฝอยเปราะบางลง ทำให้เส้นเลือดดำขยายตัว

เลยกลายเป็นขอบตาดำและขอบตาคล้ำ และเกิดจากการสะสมของเมลานิน (melanin) หรือเม็ดสีผิวใต้ผิวหนัง ที่มาจากพันธุกรรม หรือแม้แต่การถูหรือขยี้ตาบ่อยๆ  การเป็นผิวหนังอักเสบ (eczema) และเเพ้เครื่องสำอาง  ก็ทำให้เกิดรอบนี้เช่นกัน


14954.jpg

ริ้วรอยรอบดวงตา เกิดจากการที่คอลลาเจนและอิลาสตินในผิวถูกทำลาย ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ ก่อเกิดริ้วรอยร่องลึก ริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยใต้ตา โดยเฉพาะบริเวณ หางตา ใต้ตา รอบดวงตา


ปัญหารอบดวงตาดูแลได้อย่างไร?

ปัญหานี้ส่วนมากเกิดขึ้นในผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ช่วง  20 ปีปลายๆ ในการดูแลผิวรอบดวงตาคือต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดปัญหารอบดวงตา ดังนี้

418234-PD8NV7-21.jpg

เติมวิตามินให้บริเวณรอบดวงตา คือการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซีหรืออายครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูบริเวณรอบดวงตา

460243-PFK6MW-196.jpg

การนวดผ่อนคลาย คือการประคบรอบดวงตาด้วยผ้าอุ่นๆและนวดเบาๆเพื่อให้เลือดบริเวณนั้นมีการไหลเวียนได้สะดวกเปลี่ยนวิธีการล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาคือต้องล้างหรือเช็ดออกด้วยความเบามือและผลิตภัณฑ์ในการล้างเครื่องสำอางต้องอ่อนโยนและล้างออกได้ง่าย


โบท็อกซ์ (Botox) เป็นวิธีที่เห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ เหมาะกับผู้ที่ใช้อายครีมมาแล้วทุกรูปแบบแต่ไม่เห็นผลซึ่งต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 6-8 เดือน และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) สำหรับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาค่อนข้างเยอะและมีปัญหาร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก อาจใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มแอ่งใต้ตาให้ตื้นขึ้นเพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่นใต้ตา ร่องใต้ตาลึกและทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิมได้ ซึ่งต้องซ้ำทุก ๆ 6-8 เดือน  

Young woman beautician is doing the cleaning procedure

เลเซอร์ใต้ตา จะเป็นการใช้เลเซอร์ในกลุ่มช่วยในการซ่อมแซมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนหรือ Laser Resurfacing เช่น CO2 laser, Erbium Laser, YSGG laser ฯลฯ ก็สามารถช่วยทำให้รอยย่นที่ลงลึกค่อย ๆ จางลงได้ จะเห็นผลได้ดีกับริ้วรอยที่ไม่ลึกมากนัก แต่จะเห็นผลค่อนข้างช้าอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือน จึงจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง

7520.jpg

การฉีดไขมันใต้ตา (Fat Transfer) เป็นการใช้ไขมันส่วนต่างๆของตัวเองฉีดไปยังผิวหนังบริเวณใต้ตา เพื่อให้เซลล์ไขมันไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อภายในมากที่สุด จึงทำให้ผิวกระชับเต่งตึงและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ไหมไพลิน (PAILIN) คือ ไหมสีน้ำเงินโครงสร้างพิเศษ เลียนแบบอัญมณีพลอยสีน้ำเงิน จุดเด่นคือความซับซ้อนของการเรียงตัวเส้นไหมแบบ 4 มิติ ทำให้เกิดรูปทรงเฉพาะที่มีผิวสัมผัสทั้งภายนอก และช่องว่างภายในของเส้นไหม เพื่อช่วยในการกระชับปัญหารอบดวงตา


ทั้งนี้ในการรักษาปัญหารอบดวงตาทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการของผู้มีปัญหารอบดวงตาเอง ซึ่งนอกจากวิธีการดูแลในข้างต้นแล้ว วลีรัตน์คลินิกขอแนะนำนวัตกรรม Revital สำหรับผิวใต้ตา

เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยต่างๆรอบดวงตา  ทั้งริ้วรอยเหี่ยวย่น ริ้วรอยเล็กๆรอบดวงตา รอยคล้ำหมองใต้ดวงตา ร่องน้ำตาและริ้วรอยร่องตื้นรอบดวงตา ให้รอบๆดวงตากลับมามีสุขภาพดีได้อย่างเดิมค่ะ

 

มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา

เข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญได้ที่วลีรัตน์คลินิก