คลายข้อสงสัยเรื่องวิตามิน กิน vs ฉีด ต่างกันอย่างไร

 

การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนต้องใส่ใจ อากาศที่ร้อนอาจก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมา เช่น สิว ผิวหมองคล้ำ ตีนกา จุดด่างดำรวมไปถึงริ้วรอย ขาดความเต่งตึงเหยี่ยวย่น ทำให้เราเสียความมั่นใจ ส่วนการรักษาหุ่นให้ดูดีก็เป็นเรื่องที่ยาก หากไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย แต่ในปัจจุปันนี้เรามีการดูแลผิวและรูปร่างได้หลากหลาย อย่างเช่น การกินอาหารเสริม วิตามินต่างๆหรือจะเป็นการฉีด ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมาก

 การกินและการฉีดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่วิธีไหนจะเหมาะกับเรา เรามีการเปรียบเทียบให้ระหว่างสองอย่าง ดังนี้


 การเปรียบเทียบระหว่างกินกับฉีด

จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าการกินต้องกินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไปและหากกินในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก จากนั้นร่างการจะขับออกทันที

การฉีด มีความเจ็บเล็กน้อยแต่ได้ผลลัพธ์ที่ไวกว่าและแก้ปัญหาได้อย่างครอบคลุมตรงความต้องการ เพราะการฉีดจะฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง ดังนั้นจึงเห็นผลไวกว่ากิน ไม่ต้องพักฟื้นก็ดูดีได้


Collagen Drip โดยประกอบด้วยสารเพิ่มความขาวกระจ่างใส วิตามินรวมและสารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด มีคุณสมบัติต่อต้านการทำงานของเมลานินซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ ผิวหมองคล้ำ เพิ่มความแข็งแรงของผิวให้ทนต่อแดด เพิ่มความชุ่มชื้นกักเก็บน้ำในเซลล์ ทำให้ผิวเต่งตึง ไม่แห้งกร้าน


L-Car Drip มีสรรพคุณในการดึงไขมันมาเผาผลาญให้เป็นพลังงาน ประกอบด้วยแอลคาร์นิทีนและวิตามินบี5 ช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินและกระตุ้นกระบวน การเมตาบอลิซึม ซึ่งพลังงานที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย


Dtox Drip ตัวยาใหม่ เป็นการดีท็อกซ์เพื่อกำจัดของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไป ประกอบด้วย EDTA ซึ่งเป็นสารที่สำคัญในการกำจัดโลหะหนักและวิตามินอื่นๆที่ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและสลายสารพิษและป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียสมดุล

สรุป

การกินหรือการฉีด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและการเลือกดูแลตัวเองรวมไปถึงผลลัพธ์ตามความต้องการของแต่ละคน หากต้องการเห็นผลลัพธ์ไว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องผิวหรือรูปร่าง เรามีอีกทางเลือกที่น่าสนใจ นั่นคือการดริปวิตามินเสริมเข้าเส้นเลือดโดยตรง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไวกว่าการกิน


สำหรับผู้ที่สนใจ Collagan Drip,L-car Drip,Dtox Drip  สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่วลีรัตน์คลินิกทุกสาขาหรือแอดไลน์สอบถามเพิ่มเติม