เทคนิค ลดเลือนริ้วรอย ด้วย Botox แบบธรรมชาติ​ by Dr. Saint

 
เทคนิคลดเลือนริ้วรอยด้วย Botox แบบธรรมชาติ

วันนี้เรามีโอกาสได้เจอตัวคุณหมอเซ้น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดโบท็อก หรือสาร Botulinum Toxin โดยเฉพาะ

มาล้วงเคล็ดลับจากหมอเซ้นกันค่ะว่า มีเทคนิคอะไรที่ทำให้ฉีดโบท็อกซ์ได้เนียน ได้ลุคที่เป็นธรรมชาติถูกใจสาวๆ

DR.SAID_หมอเซ้น

วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องการฉีดโบท็อกซ์หรือสาร Botulinum Toxin เพื่อใช้ในการลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้ากันนะครับ

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะครับ การฉีดโบท็อกซ์เนี่ย เป็นตัวช่วยนึงในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยตีนกา หรือบางคนอาจใช้ในการปรับรูปหน้าอย่างเช่น ลดกราม นะครับ

แต่ก็จะมีประเด็นที่ถกเถียงกันในทุกวันนี้นะครับว่า เอ๊ะ ทำไมบางคนถึงฉีดโบท็อกซ์แล้วรู้สึกหน้าแข็งไป คิ้วตก คิ้วยกไม่ขึ้น ตาลืมไม่ขึ้น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันนะครับ


ปัญหาที่มาพร้อมกับการฉีดโบท็อกซ์คืออะไรคะคุณหมอ ?

แต่ก็จะมีปัญหาอย่างนึงที่มาพร้อมกับโบท็อกซ์ คือ ในบางคนเมื่อฉีดแล้วใบหน้าดูตึง แข็งมากเกินไป

ในบางกรณี เช่น บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องของ คิ้วตก คิ้วไม่ยก คิ้วยกเกินไปหรือเวลายิ้มแล้วหน้าดูแข็ง


โบท็อก ทำงานอย่างไร ทำไมถึงช่วยลดริ้วรอยได้ ?

การทำงานของ Botox

โดยปกติแล้วนะครับ การทำงานของเจ้าโบท็อกซ์เนี่ย คือจะออกฤทธิ์โดยการที่ตัวยาจะฉีดเข้าไปบล็อกการทำงานของสารแอซิติลโคลีน ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นทำงานน้อยลง เมื่อกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลง ก็จะทำให้ริ้วรอยดูจางลง ผิวหนังดูตึง กระชับขึ้นครับ


แล้วทำไมฉีดโบท็อกถึงทำให้หน้าหน้าตึงและแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ ?

สำหรับปัญหาคิ้วตก คิ้วไม่ยก คิ้วยกเกินไปหรือเวลายิ้มแล้วหน้าดูแข็ง ตึงเกินไป มักจะเกิดจากการที่ฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไปนะครับ

โดยปกติแล้วเนี่ย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะคำนวณมาแล้วว่าปริมาณยาที่จะใช้ ต้องใช้เท่าไหร่ ประมาณใดให้เหมาะสมกับใบหน้าและปัญหาของแต่ละคน เพื่อให้ดูธรรมชาติมากที่สุด  

อีกประเด็นนึงนะครับคือแพทย์มีความเชี่ยวชาญไม่พอ เมื่อฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมหรือใกล้อวัยวะสำคัญมากเกินไปจึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ แข็งตึง แสดงอารมณ์บนใบหน้าได้ไม่เหมือนปกติครับ


แล้วข้อสำคัญในการฉีดให้ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดคืออะไรคะ ?

ดังนั้นองค์ประกอบในการฉีดโบท็อกซ์ให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดนะครับ คือ ปริมาณยาที่ใช้เนี่ยต้องเหมาะสมและตำแหน่งที่ฉีดต้องไม่ใกล้กับอวัยวะสำคัญบนใบหน้ามากเกินไปครับ

เราต้องฉีดโบท็อกซ์ในจุดที่ปลอดภัย ไม่ฉีดในจุดที่ต่ำหรือใกล้กับดวงตาและหางคิ้ว ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญมากเกินไปนะครับ เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องของหนังตาตก คิ้วตก คิ้วยกไม่ขึ้น ยิ้มแล้วดูแข็งได้ครับ  


สรุป

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ผลแทรกซ้อน และปัญหาหน้าแข็งเกินไป หลังทำการรักษาด้วยโบท็อกซ์ ควรรักษากับผู้ที่มีประสบการณ์การฉีดเท่านั้น ขนาดจำนวนยา ขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย

ระยะเวลาในการทำหัตถการประมาณ 1 ชั่วโมง รวมทายาชาแล้ว และจะเห็นผลประมาณ 2 สัปดาห์หลังทำ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คงอยู่ยาวนาน 6 - 8 เดือน ส่วนระยะเวลาพักฟื้น น้อยมากหรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ ผลลัพธ์สูงสุด และระยะเวลาการคงอยู่ของสาร และการดูแลปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละรายด้วยครับ

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหากังวลเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้าหรือการฉีดโบท็อกซ์นะครับ สามารถจองคิวปรึกษาผม หมอเซ้นได้ที่วลีรัตน์คลินิกทุกสาขานะครับ แล้วพบกันนะครับ