ฉีดไหมไพลิน PAILIN

 
ฉีดไหมไพลิน+pailin.jpeg

ปัญหารอบดวงตา มาพร้อมอายุที่มากขึ้นเหมือนกันไหม ?

ยิ่งอายุยิ่งมากขึ้นปัญหายิ่งมากขึ้น ปัญหารอบดวงตาก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เป็นกังวล ปัญหาที่เกิดขึ้นรอบดวงตามีมากมายซึ่งเกิดจากอายุและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยที่ปัญหารอบดวงตาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน

5 ปัญหาที่แก้ได้ด้วยไหมไพลิน

  1. รอยหมองคล้ำรอบดวงตา (Dark circles) หรือ ตาแพนด้า เกิดจากกรรมพันธ์ุ หรือภาวะร่างกายเสียสมดุลเช่น อดนอน หรือการแพ้สารเคมี มีโรคประจำตัวภูมิแพ้ ตาแห้ง หรือเกิดจากอายุมากขึ้นก็ตาม รอยคล้ำรอบดวงตานั้นจะทำให้คุณดูเศร้าหมอง ไม่สดชื่น แก่กว่าวัย แม้ว่าจะบำรุงด้วนครีมหรือทำทรีทเม้นอาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย และต้องทำบ่อยๆ การฉีดไพลินจะช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนและชั้นผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและการไหลเวียนโลหิตบริเวณรอบดวงตาทำให้รอยหมองคล้ำดีขึ้นได้

  2. ริ้วรอย (wrinkles) มักเกิดจากการเคลื่นไหวซ้ำๆของชั้นกล้ามเนื้อรอบดวงตา เกิดเป็นรอยย่นที่หางตาและใต้ตา ซึ่งส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยการใช้โบท๊อกซ์หรือฉีดสารเติมเต็ม และหากริ้วรอยดังกล่าวมีความรุนแรง หรือเป็นริ้วรอยถาวร (static line) แล้ว การรักษาโดยวิธีทั่วไปอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องยกกระชับด้วยการใช้ไหม

  3. ร่องน้ำตา (tear trough) เกิดจากชั้นไขมันรอบดวงตาหดตัวลงตามอายุ ทำให้เกิดร่องลึกใต้ดวงตา เรียกว่าร่องน้ำตา โดยปกติร่องนี้สามารถแก้ไขเบื้องต้นโดยการใช้สารเติมเต็ม แต่หากในรายที่มีความรุนแรงมาก หรือเป็นร่องจากการที่ผิวขาดความกระชับ จำเป็นต้องใช้การฉีดไหมร่วมด้วย

  4. ถุงใต้ตา (Eye bags & sagging) หมายถึงการมีผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อยมาก และมีไขมันส่วนเกินเข้าไปสะสมบริเวณรอบดวงตา จนเกิดเป็นถุงใต้ตา ทำให้ดูตาบวม หรือตาลึก และดูมีอายุ หากอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลางยังสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีฉีดไหมไพลิน แต่หากรุนแรงมากอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัดถุงใต้ตาออก

  5. หางตา หรือคิ้วตก (Droopy eyes) เกิดจากผิวหนังรอบดวงตา หนังตา และหน้าผากหย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจน จนขาดแรงพยุงขึ้น แก้ไขได้โดยการฉีดไหมไพลินเพื่อยึดผิวหนังบริเวณนั้นๆขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นใหม่


ฉีดไหมไพลิน คืออะไร?

ไหมไพลิน

ไหมไพลิน (PAILIN) คือ ไหมสีน้ำเงินโครงสร้างพิเศษ เลียนแบบอัญมณีพลอยสีน้ำเงิน จุดเด่นคือความซับซ้อนของการเรียงตัวเส้นไหมแบบ 4 มิติ ทำให้เกิดรูปทรงเฉพาะที่มีผิวสัมผัสทั้งภายนอก และช่องว่างภายในของเส้นไหม เมื่อฉีดเส้นไหมเข้าสู่ร่างกายจะเกิดการโอบล้อมที่แน่นหนาของเส้นไหมและเนื้อเยื่อรอบด้าน และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน

ความปลอดภัย

ไหมไพลิน เป็นไหมละลาย จึงมีความปลอดภัยสูง และได้รับการรับรองจากหลายประเทศเช่น Wrinkle Filler, US FDA in 2009 และ Korean FDA

  • วัสดุ: PDO (ละลายในร่างกาย)

  • รูปร่าง: Cavern โครงสร้าง 4 มิติ ภายในกลวง

  • ความยาวเส้นไหม: 140 มิลลิเมตร

  • ความยาวเข็ม: 50 มิลลิเมตร

  • ชนิดของเข็ม: เข็มปลายทู่ ชนิด L-type

  • เทคนิคการทำ: ฉีดไหม


การทำงานของไหมไพลิน

1.่เมื่อเส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ร่างกายจะส่งสัญญาณให้เกิดการรักษาตัวเองโดยจะกระตุ้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ล้อมรอบรอบเส้นไหมทุกผิวสัมผัสของเส้นไหม โดยเฉพาะผิวสัมผัสด้านในของเส้นไหมจะสร้าง volume ให้แก่ผิว

2. เส้นไหมจะละลายไปเองตามธรรมชาติแต่ชั้นคอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่ยังคงอยู่เหมือนเดิม

3.ริ้วรอย ร่องลึกถูกเติมเต็มด้วยชั้นผิวหนังที่สร้างขึ้นใหม่

4.ผิวที่หย่อนคล้อยและขาดแรงพยุง เกิดการตึงตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น


ไหมไพลิน ฉีดแล้วได้ผลอย่างไร อยู่ได้นานแค่ไหน?

หลังทำไหมไพลินคนไข้จะรู้สึกถึงผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทันทีหลังทำ ริ้วรอยจางลง ร่องลึกเติมเต็มขึ้น หางตาและคิ้วตกน้อยลง ถุงใต้ตาหย่อนคล้อยน้อยลง รอยคล้ำรอบดวงตาจางลง โดยผลการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากทำการรักษา 1-3 เดือน เนื่องจากไหมไพลินเป็นไหมละลายที่มีโครงสร้างเฉพาะ มีพื้นที่ผิวสัมผัสให้การสร้างคอลลาเจนมากกว่าไหมปกติถึง 5 เท่า หลังทำคนไข้จะรู้สึกถึงผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นนานสูงสุดถึง 5 ปี


ปัญหารอบดวงตา แก้ได้ด้วยไหมไพลิน

คนที่มีปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ โรคประจำตัว ภาวะร่างกายขาดสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วงโรยตามวัย ที่อาจแก้ไขไปบางส่วนแล้วด้วยการใช้โบทูลินั่มท็อกซิน หรือสารเติมเต็ม แต่ไม่หายทั้งหมด หรือคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลางยังไม่พร้อมที่จะทำศัลยกรรมแก้ไข

  • ปัญหารอบดวงตา ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตาบวม หย่อนคล้อย

  • ปัญหาร่องน้ำตาลึก ทำให้ใบหน้ามีริ้วรอย

  • ผู้ที่ต้องการยกหางตา ยกคิ้ว ยกเปลือกตา


ขั้นตอนการฉีดไหมไพลิน

1.ทำความสะอาดใบหน้าเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า

2.ทายาชา รอยาชาออกฤทธิ์ 30 นาที หรือสำหรับคนที่ไม่ต้องการทายาชาสามารถประคบเย็นเพื่อให้ชาก่อนทำได้

3.แพทย์จะกำหนดจุดวางทิศทางของเส้นไหม

4.ฉีดไหมไพลิน ก่อนฉีดไหมจะประคบเย็นอีกครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บ


ความรู้สึกขณะทำ

ด้วยฤทธิ์ของยาชา เข็มที่มีขนาดเล็กและการประคบเย็นก่อนฉีดไหมจึงทำให้มีความเจ็บน้อยมาก ในจุดที่โดนเข็มจิ้มจะมีความรู้สึกเท่ากับโดนมดกัดเท่านั้น

หลังฉีดไหม อาจจะมีรอยแดงตามจุดที่ประคบเย็น ซึ่งรอยแดงจะหายไปประมาณ 1-2 ชม.

คำแนะนำก่อนทำ และหลังทำการรักษา

  • เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็ก และเป็นเข็มปลายทู่ ไม่จำเป็นต้องงดวิตามิน หรืออาหารเสริมใดๆก่อนทำ

  • ประคบเย็นบริเวณที่ทำ วันแรกเพื่อลดอาการเจ็บ บวมช้ำ

  • หลีกเลี่ยงการล้างหน้าหลังทำ 12 ชม.

  • งดการนวดคลึง ขยับใบหน้ามากๆ และโดนความร้อนบริเวณที่ทำการรักษา 2 สัปดาห์

  • รับประทานคอลลาเจนและวิตตามินเสริมอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน


อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ

เนื่องจากไหมไพลินมีเข็มขนาดเล็ก และเป็นเข็มปลายทู่ จึงพบการบวมช้ำหลังทำน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ หากมีการเจ็บ หรือบวมช้ำมากผิดปกติ ให้รีบมาพบแพทย์

หลังครบ 5 ปี ใบหน้าจะเป็นอย่างไร?

แม้ว่าไหมจะละลายหมดแล้วหลังจาก 5 ปี แต่ตลอดระยะการทำงานของเส้นไหม ร่างกายจะมีกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน และสร้างผิวชั้นใหม่ที่แข็งแรงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ผลลัพธ์ยังคงดีขึ้นกว่าก่อนทำแม้จะพ้น 5 ปีไปแล้ว

โดยสรุปไหมไพลิน เป็นไหมสีน้ำเงินโครงสร้างพิเศษที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสมาก และผลลัพธ์ยาวนานถึง 5 เท่า เหมาะกับการเติมเต็มและยกกระชับริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยเข็มปลายทู่พิเศษจึงเป็นวิธีที่เจ็บน้อยและไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับคนที่ยังไม่พร้อมที่จะผ่าตัดแก้ไขรอบดวงตา อย่างไรก็ตามการฉีดไหมไพลินเป็นการทำหัตถการเฉพาะ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวหน้าและรูปหน้าของแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุด

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจอยากฟื้นฟูดวงตาให้ให้อ่อนเยาว์กว่าอายุจริง แบบไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ปรึกษา ที่วลีรัตน์คลินิก ทุกสาขา

 

เพิ่มพลังความอ่อนเยาว์ สู่ความงามอย่างมีระดับ

ไหม Imperial Topaz ถูกออกแบบโดยเฉพาะให้มีโครงสร้างเลียนแบบ Imperial Topaz ซึ่งจะช่วยยึดเกาะกับผิวหนังชั้น SMAS ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นก่อนถึงกล้ามเนื้อ  จะช่วยดึงใบหน้าให้มีความยกกระชับ  รวมถึง แก้ปัญหาร่องแก้มให้จางและบางลง สร้าวความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าเนื่องจากเงี่ยงของไหมที่มีอยู่รอบทิศทางนั้นจะช่วยกระตุ้นใต้ผิวหนังให้เกิดการสร้างคอลลาเจนให้ผิวพองฟูได้มากกว่าปกติ

Read More

อำนาจแห่งความเยาว์วัย ด้วยพลังแห่งทับทิม

Ruby No5. เป็นไหมที่ฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอย และร่องรายต่างๆบนใบหน้า สามารถฉีดได้ทั่วทั้งใบหน้า  โดยจะสามารถเติมเต็มได้โดยมีความเป็นธรรมชาติ เห็นผลได้โดยทันที โดยไม่ต้องพักฟื้น

Read More

มรกต ความอมตะจากอัญมณีสู่ผิวหน้า

ไหมมรกต เป็นไหมที่ออกแบบพิเศษมีโครงสร้างคล้ายเหลี่ยมอัญมณีทรงพลังอย่างมรกต ด้วยดีไซน์ของเส้นไหมที่มีขนาดใหญ่และลักษณะของเงี่ยงไหมที่เว้าลึกลงไปจึงได้มิติของเหลี่ยมมรกตที่จะช่วยเพิ่มผิวสัมผัสในการกระตุ้นคอลลาเจนและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มี Volume มากยิ่งขึ้น

Read More

Amethyst พลังแห่งอัญมณีสีม่วง โด่งงามดุจธรรมชาติ

ไหม Amethyst เป็นไหมจมูกที่ใช้วัสดุ PDO มีเงี่ยงรอบด้าน ที่ไม่ทำให้มีสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับคนมีเนื้อจมูกน้อยที่อยากมีจมูกโด่งเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานถึง 5 ปี หลังจากนั้นเนื้อเยื่อจะถูกสร้างขึ้นได้เองหลังจากไหมละลายแล้ว ใช้เข็มปลายทู่ในการฉีดจึงไม่มีรอยช้ำหรือบวม จมูกโด่งได้ทันที

Read More

Chin up ฉีดไหมสลายเหนียง

Chin up เป็นการฉีดไหมสลายเหนียง โดยการเข้าไปลดขนาดเซลให้เล็กลงโดยเส้นไหมจะสลายไปเองตามระยะเวลา เหมาะกับคนที่มีคางสองชั้น หรือมีเหนียง ตอนทำจะเจ็บน้อยมากและไม่มีแผลเพราะเป็นเพียงการฉีดไหม

Read More

Diamond Nose ดั้งโด่งสันคม มีมิติ

ฉีดไหมจมูก diamond nose.jpg

การเสริมจมูกให้ดั้งโด่ง สันคม มีมิติ เมื่อก่อนอาจจะนึกถึงการศัลยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยนวัตกรรมความงามที่ถูกพัฒนาไปไกลมากในปัจจุบันจึงทำให้สาวๆ ที่อยากมีจมูกสวยโด่งอย่างเป็นธรรมชาติมีทางเลือกมากขึ้น อย่างการฉีดไหมเสริมจมูกที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน มีแผลเพียงนิดเดียว แต่กลับให้ผลลัพธ์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งวลีรัตน์คลินิกจะมาพารู้จักไหม Diamond Nose ดั้งโด่งสันคม มีมิติ กันค่ะ

ฉีดไหมจมูก Diamond Nose คืออะไร

การฉีดไหมจมูก Diamond Nose คือการฉีดไหมลายเข้าไปที่จมูกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาเพิ่มความโด่งให้กับจมูกและยังสามารถเก็บปีกจมูก แก้ฮัมพ์ ตกแต่งปลายจมูกให้ผลลัพธ์คล้ายการศัลยกรรมแต่มีรอยแผลขนาดเล็กเท่ารูเข็มเท่านั้น ซึ่งไหมจมูก Diamond Nose ใช้วัสดุ PDO ซึ่งสามารถละลายได้เองในร่างกายโดยไม่เหลือสารตกค้าง และด้วยรูปทรงที่เป็นลักษณะไหมหล่อ (Molding) ที่มีขนาดใหญ่ จึงมีความคงทนแข็งแรงและกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผลลัพธ์อยู่นานถึง 5 ปี

Diamond nose.jpg

ลักษณะไหม Diamond Nose

วัสดุ: ไหมละลาย PDO (polydioxanone) สามารถละลายได้เองภายในร่างกายจึงทำให้ไม่เหลือสารตกค้างภายในร่างกาย

รูปร่าง:ไหมหล่อ (Molding) ผิวสัมผัสของเงี่ยงไหมรอบทิศทางช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความยาวเส้นไหม: 60 mm.

ขนาดเส้นไหม: เบอร์ 1

ชนิดเข็ม: เข็มปลายทู่ L-Type  ลดอาการบวมช้ำและรอยเขียวช้ำ ความปลอดภัยสูง

เทคนิคการทำ: ฉีดไหม

ปัญหาแบบไหนแก้ได้ด้วยไหม Diamond Nose

สำหรับการฉีดไหม Diamond Nose สามารถแก้ปัญหาจมูกได้คล้ายกับการทำศัลยกรรม เช่น แก้ปัญหาจมูกแบน เพิ่มความโด่ง เก็บปีกจมูกให้แคบลง ตกแต่งปลายจมูกปลายเชิด ปลายหยอดน้ำ แก้ฮัมพ์ โดยมีแผลขนาดเล็กเท่ารูเข็มเท่านั้น โดยเส้นไหมจะเป็นตัวกระตุ้นคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ซึ่งความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นจุดสำคัญในการแก้ปัยหาได้อย่างตรงจุดและให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

ฉีดไหมกระตุ้นคอลลาเจน.jpg

การทำงานของไหม Diamond Nose

1.เมื่อเส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณให้เกิดการรักษาตัวเองโดยอัตโนมัติด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ซึ่งเป็นการรักษาตัวเองตามสัญชาติญาณของร่างกาย โดยเส้นไหมที่มีผิวสัมผัสเป็นเงี่ยงรอบด้านจึงช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี

2.เส้นไหมจะละลายไปเองตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง

3.ชั้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นยังคงสภาพเดิมและยังถูกร่างกายกระตุ้นอยุ่ตลอดเวลา

4.เมื่อเส้นไหมละลายไปแล้วร่างกายยังคงมีกระบวนการสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นคงอยู่เช่นเดิมต่อให้เส้นไหมจะละลายไปแล้วก็ตาม

ไหม Diamond Nose เหมาะกับใคร

แก้ฮัมพ์

การฉีดไหมจมูก Diamond Nose เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมจมูก ปรับแต่งทรง เติมเต็มมิติให้สวยโด่งอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรมเพราะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน การฉีดไหมจมูกจึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเพราะไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นและมีรอยแผลเพียงรอยเข็มเท่านั้น แต่ให้ผลลัพธ์เหมือนกันกับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูก

ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูกเป็นการฉีดสารสังเคราะห์เพื่อเติมเต็มแทนเนื้อเยื่อ ซึ่งหากเป็นฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายไปเองภายใน 2 ปี ทำให้ความโด่งของจมูกลดลงจึงต้องคอยเติมเรื่อยๆ และเนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารชนิดเหลวมีโอกาสที่จะไหลไปจุดอื่นๆ ทำให้จมูกเสียทรงได้ แต่การฉีดไหมจะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนให้มาพันรอบเส้นไหม เมื่อไหมละลายไป คอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นก็ยังอยู่เช่นเดิมจึงให้ทรงจมูกไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากคอลลาเจนภายในร่างกายถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา

หมอทราย.gif

ร้อยไหม Diamond Nose เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากฉีดไหม Diamond Nose จะเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที 20% จมูกโด่งขึ้นจนสามารถสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ซึ่งผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และด้วยดีไซน์ของเส้นไหมมีมีลักษณะเป็นเงี่ยงขนาดใหญ่รอบเส้นไหมที่มีคว่ามแข็งแรง ทนทาน จึงช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี และให้ผลลัพธ์ความโด่งนานถึง 5 ปี

แีดไหม Diamond nose

ขั้นตอนการฉีดไหม Diamond Nose

1.แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาทรงจมูกและความต้องการของคนไข้ เพราะถึงแม้จะเป็นปัญหาเดียวกันแต่ทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญและแม่นยำในการวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

2.ทายาชาบริเวณจมูกเพื่อลดความเจ็บในการฉีดยาชา หรือบางคนก็ใช้วิธีประคบเย็นแล้วฉีดยาชาเลย

3.แพทย์จะกำหนดตำแหน่งและวางทิศทางของเส้นไหม เพื่อให้การทำงานของเส้นไหมได้ผลลัพธ์สูงสุด

4.หลังจากยาชาที่ทาไปในตอนต้นออกฤทธ์ แพทย์จะฉีดยาชาซ้ำอีกรอบเพื่อลดความเจ็บในการฉีดไหมเข้าไปในจมูก

5.ใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กเปิดปากแผลที่ปลายจมูก

6.ฉีดไหมจมูก Diamond Nose เข้าไปในจมูกตามทิศทางที่กำหนดไว้โดยมีขนาดแผลเล็กเพียง 1 mm. เท่านั้น

7.หลังจากฉีดไหมจมูก Diamond Nose เสร็จ แพทย์จะติดพลาสเตอร์กันน้ำขนาดเล็กไว้ในระยะแรกเพื่อไม่ให้แผลถูกน้ำ

ความรู้สึกขณะทำ

จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาชา แต่เมื่อยาชาออกฤทธิ์ระหว่างการฉีดไหม หรือการนำเส้นไหมเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังจะรู้สึกตึงๆ เท่านั้น

คำแนะนำก่อน-หลังทำ

ก่อนฉีดไหมจมูกควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิดที่ทำให้เลือดออกง่าย

หลังการฉีดไหมจมูกควรป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำประมาณ 12 ชม.

ประคบเย็นหากมีอาการปวด

กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูกแรงๆ ในช่วงแรก เพื่อป้องการการเคลื่อนตัวของเส้นไหม

หลีกเลี่ยงการให้ใบหน้าสัมผัสกับความร้อนโดยตรงอย่างน้อย 2 สัปดาห์

กินคอลลาเจนและวิตามินซีสม่ำเสมอหลังจากฉีดไหมในช่วงแรกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ เพราะช่วงแรกร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมตนเอง การเสริมด้วยคอลลาเจนและวิตามินจะยิ่งช่วยเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนมากยิ่งขึ้น

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดไหม Diamond Nose

อาจจะมีอาการปวดบวมหลังทำประมาณ 1-3 วัน ซึ่งสามารถประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บได้ ระหว่างรอเส้นไหมเข้าที่ไม่ควรสัมผัสจมูกแรงๆ และหากมีไหมโผล่ออกมาที่ปลายจมูกไม่ควรดึงออก หรือตัดเองและควรมาพบแพทย์

โดยสรุปแล้วการฉีดไหมจมูก Diamond Nose เป็นการฉีดไหมละลายเพื่อแก้ปัญหาจมูกทั้งเพิ่มความโด่งเติมมิติ เก็บปีก ปรับแต่งปลายจมูก ปลายเชิด ปลายหยดน้ำ แก้ฮัมพ์ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาจมูกได้เทียบเท่ากับการผ่าตัดศัลยกรรมแต่มีรอยแผลเพียงเล็กน้อยเท่ารูเข็มเท่านั้น ซึ่งใช้เข็มปลายทู่ที่ช่วยลดการเขียวช้ำซึ่งไหมจมูก สำหรับไหม Diamond Nose ใช้วัสดุไหมละลาย PDO ที่สามารถสลายได้เองภายในร่างกายไม่มีสารตกค้าง และการออกแบบพิเศษเป็นไหมหล่อ (Molding) ทำให้มีเงี่ยงรอบเส้นไหมขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทาน ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้เป็นอย่างดี และให้ผลลัพธ์นานถึง 5 ปี 

สาวๆ ที่สนใจฉีดไหมจมูก Diamond Nose ดั้งโด่ง สันคม มีมิติ สามารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

Pinochi Nose จมูกโด่งสวยไว ไม่ใช่เรื่องโกหก

pinochi nose จมูกโด่งสวยไวไม่ใช่เรื่องโกหก.jpg

การเสริมความปังให้จมูกสวยโด่งรับกับใบหน้าคงเป็นเรื่องที่สาวๆ ที่มีเนื้อจมูกบางกังวลไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถึงแม้การเสริมจมูกจะมีหลายวิธี แต่สำหรับคนเนื้อจมูกบางต้องเลือกแล้วเลือกอีกให้ถี่ถ้วน หากจะเสริมด้วยซิลิโคนก็กลัวว่าจะมูกจะทะลุ หรือจะฉีดสารเติมเต็มก็กลัวเสียทรง แต่ที่วลีรัตน์คลินิก เราคือผู้เชี่ยวชาญการฉีดไหมและร้อยไหมในการปรับรูปหน้า รวมถึงการฉีดไหมจมูก และเราจะพาคุณสาวๆ มารู้จักกับไหมจมูก Pinochi nose จมูกโด่งสวยไว ไม่ใช่เรื่องโกหก แผลเล็กเพียง 1 mm. เอาใจคนเนื้อจมูกน้อยที่ต้องการเสริมจมูก

Pinochi Nose จมูกโด่งสวยไว ไม่ใช่เรื่องโกหก

ฉีดไหมจมูก Pinochi nose คืออะไร

การฉีดไหมจมูก Pinochi nose คือการฉีดไหมละลายเข้าไปที่จมูกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่มาเพิ่มความโด่งให้กับจมูก โดยมีรอยแผลเพียง 1 mm. เท่านั้น ซึ่งแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการกำหนดจุดและวางทิศทางของเส้นไหมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเส้นไหมที่ใช้เป็นวัสดุ PDO ที่สามารถละลายได้เองภายในร่างกายจึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง แต่เมื่อเส้นไหมละลายไปแล้วคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นยังคงอยู่เหมือนเดิม เพราะร่างกายเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อยู่ตลอดเวลาโดยให้ผลลัพธ์นานถึง 2 ปี

Pinochi Nose จมูกโด่งสวยไว ไม่ใช่เรื่องโกหก

ลักษณะไหม Pinochi nose

วัสดุ: ไหมละลาย PDO (polydioxanone) สามารถละลายได้เองภายในร่างกายจึงทำให้ไม่เหลือสารตกค้างภายในร่างกาย

รูปร่าง:ไหมเงี่ยง (cog, barb) ผิวสัมผัสของเงี่ยงไหมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่

ความยาวเส้นไหม: 50 mm.

ขนาดเส้นไหม: เบอร์ 2 

ชนิดเข็ม: เข็มปลายทู่ L-Type  ลดอาการบวมช้ำและรอยเขียวช้ำ

เทคนิคการทำ: ฉีดไหม

ปัญหาแบบไหนแก้ได้ด้วยไหม Pinochi nose

จมูกแบน ทรงจมูกยังไม่ได้ดั่งใจ ปีกจมูกบาน สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดไหม Pinochi nose เพื่อไปกระตุ้นคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้ชั้นผิวหนังมาเติมเต็มตามทิศทางการวางเส้นไหม ในการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ด้วยความพิถีพิถันของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะค่อยๆ บรรจงใส่ไหมเข้าไปทีละเส้นเพื่อแก้ไขแต่ละจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีเนื้อจมูกน้อยแต่อยากเสริมจมูก หมดความกังวลเรื่องจมูกทะลุไปได้เลย

การทำงานของไหม Pinochi nose

1.เมื่อเส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณให้เกิดการรักษาตัวเองโดยอัตโนมัติด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ซึ่งเป็นการรักษาตัวเองตามสัญชาติญาณของร่างกาย โดยเส้นไหมที่มีผิวสัมผัสที่เป็นเงี่ยงจึงช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี

2.เส้นไหมจะละลายไปเองตามกลไกธรรมชาติของร่างกายจึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง

3.ชั้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นยังคงสภาพเดิมและยังถูกร่างกายกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา

4.เมื่อเส้นไหมละลายไปแล้วร่างกายยังคงมีกระบวนการสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นคงอยู่เช่นเดิมต่อให้เส้นไหมจะละลายไปแล้วก็ตาม

การทำงานของเส้นไหม

ไหม Pinochi nose เหมาะกับใคร

การฉีดไหมจมูก Pinochi nose เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมจมูกให้โด่งอย่างเป็นธรรมชาติ อยากปรับทรงจมูกและเก็บปีกจมูกแต่มีเนื้อจมูกน้อย การเสริมด้วยซิลิโคนยังมีความเสี่ยงที่ทำให้จมูกทะลุได้ แต่การฉีดไหม Pinochi nose ด้วยเส้นไหมที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักจึงไม่ทำให้เนื้อจมูกทะลุ แต่จะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มาเติมเต็มจึงทำให้จมูกโด่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับคนที่อยากเสริมจมูกแต่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม เนื่องจากการผ่าตัดต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานพอสมควร และยิ่งคนที่มีเนื้อจมูกน้อยก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จมูกจะทะลุได้

ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ สำหรับการฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูกเป็นการฉีดสารสังเคราะห์เพื่อเติมเต็มแทนเนื้อเยื่อ ซึ่งหากเป็นฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายไปเองภายใน 2 ปี ทำให้ความโด่งของจมูกลดลงจึงต้องคอยเติมเรื่อยๆ และเนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารชนิดเหลวมีโอกาสที่จะไหลไปจุดอื่นๆ ทำให้จมูกเสียทรงได้ แต่การฉีดไหมจะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนให้มาพันรอบเส้นไหม เมื่อไหมละลายไปคอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นก็ยังอยู่เช่นเดิมจึงให้ทรงจมูกไม่ลดลงมากนักเนื่องจากคอลลาเจนภายในร่างกายถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา

อาลิส pinochi nose.jpg
ฉีดไหมจมูก pinochi nose.jpg

ฉีดไหม Pinochi nose เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

หลักจากฉีดไหม Pinochi nose จะเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที 20% จมูกโด่งขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ปีกจมูกแคบลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และด้วยดีไซน์ของเส้นไหมที่มีลักษณะเป็นเงี่ยงจึงช้วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี และให้ผลลัพธ์ความโด่งนานถึง 2 ปี

หลังครบ 2 ปี จมูกจะเป็นอย่างไร

เมื่อครบ 2 ปี ความโด่งของจมูกจะไม่ลดลงมากนัก เพราะเมื่อฉีดไหมเข้าไปร่างกายจะมีการกระตุ้นคอลลาเจนและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เมื่อไหมละลายไปสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นยังคงอยู่และเป็นแกนให้คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลามาพันรอบแกนเรื่อยๆ และต่อให้ครบ 2 ปี จมูกที่ฉีดไหมไปจะยังคงคงโด่งเช่นเคยแต่อาจจะลดลงบ้างเล็กน้อย

ขั้นตอนการฉีดไหม Pinochi nose

1.แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาทรงจมูกและความต้องการของคนไข้ เพราะถึงแม้จะเป็นปัญหาเดียวกันแต่ทรงจมูกของแต่ละคนแตกต่างกัน แพทย์จะต้องใช้ความเชี่ยมชาญและแม่นยำในการวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

2.ทายาชาบริเวณจมูกเพื่อลดความเจ็บในการฉีดยาชา หรือบางคนก็ใช้วิธีประคบเย็นแล้วฉีดยาชาเลย

3.แพทย์จะกำหนดตำแหน่งและวางทิศทางของเส้นไหม เพื่อให้การทำงานของเส้นไหมได้ผลลัพธ์สูงสุด

4.หลังจากยาชาที่ทาไปในตอนต้นออกฤทธ์แพทย์จะฉีดยาชาซ้ำอีกรอบเพื่อลดความเจ็บในการฉีดไหมเข้าไปในจมูก

5.ใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กเปิดปากแผลที่ปลายจมูกมีขนาดเล็กเพียง 1 mm.

6.ฉีดไหมจมูก Pinochi nose เข้าไปในจมูกตามทิศทางที่กำหนดไว้โดยมีขนาดแผลเล็กเพียง 1 mm. เท่านั้น

7.หลังจากฉีดไหมจมูก Pinochi nose เสร็จแพทย์จะปิดพลาสเตอร์กันน้ำขนาดเล็กไว้ในระยะแรกเพื่อไม่ให้แผลถูกน้ำ

ความรู้สึกขณะทำ

จะรู้สึกเจ็บในขั้นตอนการฉีดยาชา แต่เมื่อยาชาออกฤทธิ์ระหว่างการฉีดไหมหรือการนำเส้นไหมเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย

คำแนะนำก่อน-หลังทำ

ก่อนนฉีดไหมจมูกควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิดที่ทำให้เลือดออกง่าย

หลังการฉีดไหมจมูกควรป้องกันไม่ให้แผลถูกน้ำประมาณ 12 ชม.

ประคบเย็นหากมีอาการปวด

กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูกแรงๆ ในช่วงแรก เพื่อป้องการเคลื่อนตัวของเส้นไหม

หลีกเลี่ยงการให้ใบหน้าสัมผัสกับความร้อนโดยตรงอย่างน้อย 2 สัปดาห์

กินคอลลาเจนและวิตตามินซีอย่างสม่ำเสมอหลังจากฉีดไหมในช่วงแรกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ เพราะช่วงแรกร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมตนเอง การเสริมด้วยคอลลาเจนและวิตตามินจะยิ่งช่วยเร่งกระบวนการสร้างคอลาเจนมากยิ่งขึ้น

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดไหม Pinochi nose

อาจจะมีอาการปวดบวมหลังทำประมาณ 1-3 วัน ซึ่งสามารถประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บได้ ระหว่างรอเส้นไหมเข้าที่ไม่ควรสัมผัสจมูกแรงๆ และหากมีไหมโผล่ออกมาที่ปลายจมูกไม่ควรดึงออกหรือตัดเองและควรมาพบแพทย์

โดยสรุปแล้วการฉีดไหมจมูก Pinochi nose เป็นการฉีดไหมเพื่อเสริมจมูก เก็บปีกและปรับทรงจมูกให้เป็นธรรมชาติ โดยเส้นไหมใช้วัสดุ PDO ที่สามารถสลายได้เองภายในร่างกาย เส้นไหมมีลักษณะเป็นเงี่ยงจึงช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี ซึ่งในการฉีดไหมจะใช้เข็มปลายทู่ที่มีขนาดเล็กจึงช่วยลดความเจ็บและอาการบวมช้ำได้เป็นอย่างดี และทำให้เกิดแผลขนาดเล็กเพียง 1 mm. ปลอดภัยสูงและให้ผลลัพธ์นานถึง 2 ปี

สนใจฉีดไหมจมูก Pinochi nose ให้จมูกโด่งสวยไว ไม่ใช่เรื่องโกหก สามารถสอบถามได้ที่วลีรัตน์คลินิก

ไหมมรกต (Emerald) เงี่ยงสลักกักความอ่อนเยาว์

ไหมมรกต ไหมมรกต (Emerald)Emerald.jpg

ใบหน้าหย่อนคล้อย ผิวเหี่ยวย่น เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเผชิญเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนและอิลาสตินหรือวอลลุ่มของผิวก็จะลดลง ทำให้ผิวอ่อนแอและไม่สามาถพยุงตัวเองให้ยึดเกาะกับกล้ามเนื้อให้เรียบตึงเหมือนสมัยที่ยังสาวๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีนวัตกรรมเสริมความงามที่หลากหลายในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรม ดึงหน้า รวมถึงการร้อยไหมมรกต (Emerald) ที่จะพาคุณผู้หญิงย้อนวัยสู่ความสาวอีกครั้ง

ไหมมรกต Emerald คืออะไร

ไหมมรกต (Emerald) เป็นไหมที่ออกแบบพิเศษมีโครงสร้างคล้ายเหลี่ยมอัญมณีทรงพลังอย่างมรกต ด้วยดีไซน์ของเส้นไหมที่มีขนาดใหญ่และลักษณะของเงี่ยงไหมที่เว้าลึกลงไปจึงได้มิติของเหลี่ยมมรกตที่จะช่วยเพิ่มผิวสัมผัสในการกระตุ้นคอลลาเจนและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มี Volume มากยิ่งขึ้น ซึ่งขนาดใหญ่พิเศษของเส้นไหมทำให้ทนต่อแรงและยึดเกาะกับผิวได้ดี และด้วยผิวสัมผัสของไหมที่คล้ายกับเหลี่ยมมรกตจึงช่วยในการยกกระชับปรับรูปหน้าและลดความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะไหมมรกต Emerald

วัสดุ: ไหมละลาย PDO (polydioxanone) สามารถละลายได้เองภายในร่างกายจึงทำให้ไม่เหลือสารตกค้างภายในร่างกาย

รูปร่าง: ไหม Molding แกะสลัก ไหมหล่อสั่งทำชนิดพิเศษ ทนต่อแรงดึง ลดการดีดตัวของเส้นไหม

ขนาดความยาวเส้นไหม: 10 cm.

ขนาดเส้นไหม เบอร์ 3 แข็งแรง ยึดเกาะสูง

ขนาดเข็ม 18 G

ชนิดเข็ม: เข็มปลายทู่ชนิดพิเศษ W-Type  ลดอาการบวมช้ำและรอยเขียวช้ำ

เทคนิคการทำ: ร้อยไหม

ร้อยไหมมรกต

ปัญหาแบบไหนแก้ได้ด้วยไหมมรกต (Emmerald)

1.ผิวเหี่ยวย่น ไม่กระชับที่เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ ไขมันและผิวหนังที่เคยยึดเกาะกันได้ดีก็อ่อนกำลังลง ทำให้ชั้นไขมันและผิวหนังขาดกำลังที่จะยึดเกาะกับกล้ามเนื้อไว้ได้ จึงไหลลงมากองกันเกิดเป็นผิวที่เหี่ยวย่น หย่อนคล้อย

2.ผิวหย่อนคล้อยสูญเสียวอลลุ่มที่เกิดจากเซลล์กระชับผิว หรือ  Volume-giving Cells เริ่มฝ่อตัวและลดจำนวนลง ทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย รูปหน้าที่เคยวีเชพเกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นใบหน้าที่ผิวหนังหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

3.ผิวสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินที่มีหน้าที่ในการกระชับผิวให้เต่งตึงและเรียบเนียน ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจดูแลตัวเอง ทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อยและมีใบหน้าที่ดูแก่ก่อนวัย

4.ร่องแก้มลึกที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อยและชั้นไขมันยุบตัวลง การร้อยไหมมรกต (Emerald) จะช่วยกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้เรียบตึง ทำให้ร่องแก้มที่เป็นร่องลึกดูตื้นขึ้นด้วย ซึ่งก็เป็นส่วนช่วยเสริมให้ใบหน้าดูเด็กลง

การทำงานของไหมมรกต Emerald

1.เมื่อเส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้เกิดการรักษาตัวเองโดยอัตโนมัติ โดยจะไปกระตุ้นคอลลาเจนและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ซึ่งผิวสัมผัสและดีไซน์ของไหมมรกต (Emerald) ที่มีเหลี่ยมคล้ายกับอัญมณีที่ซับซ้อนทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ มีมิติและกระชับความหย่อนคล้อยได้มากยิ่งขึ้น

2.เส้นไหมจะละลายไปเองตามกลไกทางธรรมชาติของร่างกายและไม่ก่อให้เกิดสารตกค้าง

3.ส่วนชั้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นใหม่ยังคงสภาพการเติมเต็มใต้ชั้นผิวหนังให้กระชับและเรียบเนียนเหมือนเดิม

4.เมื่อเส้นไหมละลายไปแล้ว ร่างกายยังคงมีกระบวนการสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผิวเกิดการชะลอความหย่อนคล้อยของผิวหนังลงไปได้อีก

ไหมมรกต Emerald เหมาะกับใคร

การร้อยไหมมรกต (Emerald) เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ที่เกิดจากทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้นจากที่เคยมีรูปหน้าวีเชพ หรือสามเหลี่ยมแห่งความงามที่เป็นสามเหลี่ยมหัวคว่ำ มีลักษณะโหนกแก้มชัด กรอบหน้าเต็ม ผิวเรียบเนียนและกรอบหน้าบริเวณกรามดูชัด แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผิวเกิดการเสียวอลลุ่ม คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง ทำให้สามเหลี่ยมที่เคยหัวคว่ำกลับเป็นมุมหงายขึ้นมา สังเกตได้จากใบหน้าหย่อนยาน ผิวหนังหย่อนคล้อย เนื้อบริเวณแก้มหายไป ร่องแก้มลึกขึ้น ทำให้มุมปากคว่ำลง ทำให้กลายเป็นคนหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา

สาวๆ ที่มีใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ผิวหย่อนยานกรอบหน้าไม่ชัด ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทั้งจากอาหารและพฤติกรรม เช่นกินเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงแสงแดด สิ่งเหล่านี้ย่อมมีผลต่อผิวเราได้เช่นกัน

ร้อยไหมมรกต Emerald เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากร้อยไหมมรกต (Emerald) จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าใบหน้าที่เคยหย่อนยาน หย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้น ผิวหนังดูเรียบเนียนขึ้นจนสังเกตได้ ร่องแก้มลึกดูตื้นขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงจะค่อยๆ เห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และเนื่องจากไหมมรกต (Emerald) มีขนาดใหญ่กว่าไหมปกติถึง 3 เท่า และดีไซน์เงี่ยงพิเศษจึงช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี และให้ผลลัพธ์นานถึง 5 ปี

หลังครบ 5 ปี ใบหน้าจะเป็นอย่างไร

ถึงแม้เส้นไหมจะละลายไปแล้วแต่ตลอดการสร้างผลลัพธ์ ร่างกายจะมีกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ผิวเกิดการชะลอความเหี่ยวย่นและยังมีผลลัพธ์ของความอ่อนเยาว์ถึงแม้จะครบ 5 ปี ไปแล้ว

ขั้นตอนการร้อยไหม มรกต Emerald

1.แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาของใบหน้าเพื่อประเมินจำนวนเส้นไหมที่ต้องใช้ให้ได้ผลลัพธ์และประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากปัญหาใบหน้าของแต่ละคนแตกต่างกัน

2.ทำความสะอาดสะอาดผิวหน้าเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกไม่ให้ตกค้างบนใบหน้า

3.แพทย์จะกำหนดตำแหน่งและวางทิศทางของการวางเส้นไหมอย่างแม่นยำ เพื่อให้เส้นไหมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

4.เพื่อฉีดยาชาเข้าไปตามตำแหน่งที่จะวางเส้นไหมเพื่อลดความเจ็บ

5.ใช้เข็มปลายแหลมเปิดช่องตรงขมับเพื่อเปิดทางใส่เส้นไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง

6.ใช้เข็มปลายทู่ชนิดพิเศษ W-type ในการร้อยไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเข็มปลายทู่จะช่วยลดอาการบวมช้ำได้เป็นอย่างดี

7.เมื่อร้อยไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังตามจำนวน แพทย์จะซ่อนปมไหมบริเวณไรผม ซึ่งเป็นเพียงรอยแผลขนาดเล็กที่เกิดจากเข็มเท่านั้น โดยจะแปะพลาสเตอร์กันน้ำไว้เพื่อไม่ให้แผลโดนน้ำในระยะแรก

ร้อยไหม

ความรู้สึกขณะทำ

จะรู้สึกเจ็บในขั้นตอนการฉีดยาชา แต่เมื่อยาชาออกฤทธิ์ระหว่างการร้อยไหม หรือการนำเส้นไหมเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย

คำแนะนำก่อน-หลังทำ

ก่อนนร้อยไหมควรงดอาหารเสริมหรือยาบางชนิดที่ทำให้เลือดออกง่าย

หลังการร้อยไหมควรป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำประมาณ 12 ชม.

ประคบเย็น หากมีอาการปวดหลังจากการร้อยไหม

กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าแรงๆ ในช่วงแรก เพื่อป้องการการเคลื่อนตัวของเส้นไหม

หลีกเลี่ยงการให้ใบหน้าสัมผัสกับความร้อนโดยตรง และงดการนวดคลึงและอบซาวน่า ทรีทเม้นต์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์

กินคอลลาเจนและวิตามินซีสม่ำเสมอหลังจากร้อยไหมในช่วงแรกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ เพราะช่วงแรกร่างกายจะเกิดการซ่อมแซมตนเอง การเสริมด้วยคอลลาเจนและวิตามินจะยิ่งช่วยเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนมากยิ่งขึ้น

อาการที่อาจเกดขึ้นหลังทำ

การร้อยไหมมรกต (Emerald) ใช้เข็มปลายทู่ชนิดพิเศษ W-Type จึงพบการบวมช้ำหลังทำได้น้อยมาก โดยการร้อยไหมไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หากมีอาการเจ็บหรือผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์

ร้อยไหมมรกต

โดยสรุปไหมมรกต (Emerald) เป็นไหมดีไซน์พิเศษเป็นลักษณะไหมหล่อแกะสลักเพิ่มผิวสัมผัสที่มีมิติและเติมเต็มวอลลุ่มให้กับผิวในการลดความหย่อนคล้อยขนาดใหญ่เบอร์ 3 แข็งแรงทนต่อแรงดึง ยึดเกาะผิวแน่นไม่ดีดตัว ใช้เข็มปลายทู่ชนิดพิเศษ W-Type ลดการบวมช้ำ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น และต้องการปรับรูปหน้าคืนความอ่อนเยาว์โดยไม่ศัลยกรรม มีความปลอดภัยสูงให้ผลลัพธ์นาน 5 ปี

สาวๆ ที่สนใจคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้า แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย สามารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

 
Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

ผิวบริเวณลำคอเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญไม่แพ้ผิวหนังจุดอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้นและยังเป็นบริเวณที่หย่อนคล้อยได้ง่าย แต่มักเป็นจุดที่ถูกละเลยต่อการบำรุงดูแลรู้ตัวอีกทีก็แก้ไขไม่ได้แล่ว

คอเหี่ยวย่นบ่งบอกอะไร ?

คอเหี่ยวย่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังจะแก่ !!

อยากสวยครบสูตรต้องไม่ละเลยการดูแลลำคอเพราะถึงใบหน้าจะเต่งตึง แต่คอเหี่ยวย่นอยู่ก็ทำให้ความอ่อนเยาว์ไม่ครบสูตร

นวัตกรรมเสริมความงามต้านแรงโน้มถ่วงๆ สวยครบสูตรด้วย Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ กระชับความหย่อนคล้อยผิวบริเวณลำคอและเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

ความพิเศษของไหมเคลือบสาร W cell ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการทำงานของเส้นไหมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระยะการเห็นผลเร็วขึ้น ผลการรักษาอยู่ได้นานขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

Ruby NEX

การฉีดไหมกระตุ้นคอลลาเจนลดความหย่อนคล้อยและกระชับผิวบริเวณลำคอ ด้วยไหมชนิดพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับลำคอและกรอบหน้าโดยเฉพาะด้วยเทคนิคจากแพทย์เชี่ยวชาญเพื่อให้ผลลัพธ์ดีมีประสิทธิภาพ ส่วนการเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

Ruby NEX เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันใต้คางน้อยแต่มีความหย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด ใต้คางเป็นชั้นๆ ที่เกิดจากผิวหนัง

การสลายไขมันใต้คางอาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก แต่ Ruby NEX ช่วยได้

ลักษณะไหม Ruby NEX

 
Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ
 

  • เส้นไหมดีไซน์ spiral (ไหมเกลียว) ด้วยเส้นไหมที่มีลักษณะเป็นเกลียวจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น และมิติของไหมเกลียวจะยิ่งช่วยกระชับและลดความหย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี

  • วัสดุไหมละลาย PCL (Polycaprolactone)มีความยืดหยุ่นสูง กักเก็บน้ำได้ดีอยู่ได้นานขึ้น และถึงแม้เส้นไหมจะละลายแล้วแต่ผลลัพธ์ของการกระตุ้นคอลลาเจนอยู่นาน 5 ปี

  • พิเศษเคลือบ W-cell ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเส้นไหมทำให้เห็นผลเร็วขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ

  • ใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กในการฉีดไหมเข้าไปในใบหน้า ไม่ทำให้เกิดแผลมีเพียงตุ่มเล็กๆ ซึ่งจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชม.

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ
การทำงานของไหม.jpg

การทำงานของไหม Ruby NEX

1.เมื่อเส้นไหมถูกฉีดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ร่างกายจะส่งสัญญาณให้เกิดการรักษาตัวเองโดยจะกระตุ้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ล้อมรอบเส้นไหม ซึ่งตัวคอลลาเจนที่มาพันรอบเส้นไหมจะช่วยเติมเต็มรอยเหี่ยวย่นและกระชับความหย่อนคล้อย

2.เส้นไหมจะละลายไปเองตามธรรมชาติแต่คอลลาเจนที่มาพันรอบเส้นไหมจะยังคงอยู่เหมือนเดิมเพราะร่างกายจะเกิดการสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลา

3.คอลลาเจนที่มาพันรอบเส้นไหมและเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะทำให้ผิวกระชับขึ้น และด้วยลักษณะที่เป็นไหมเกลียวจะยิ่งช่วยเพิ่ม volume ให้ผิวมากยิ่งขึ้น

4.ผิวที่หย่อนคล้อยและขาดแรงพยุงจะกระชับขึ้น ซึ่งความเชี่ยวชาญของแพทย์และทิศทางการวางตำแหน่งของเส้นไหมจะมีผลอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น


ฉีดไหม Ruby NEX เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

เมื่อฉีดไหม Ruby NEX เสร็จจะรู้สึกทันทีเลยว่าผิวบริเวณลำคอตึงกระชับขึ้น ความหย่อนคล้อยของผิวหนังใต้คางลดลงและกรอบหน้าชัดเจนขึ้นซึ่งจะเห็นผลทันที 20% และเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-3 สัปดาห์  และด้วยเส้นไหมที่มีลักษณะเป็นเกลียวสามารถเพิ่มการกระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้น ผิวสัมผัสของเส้นไหมจะช่วยให้ประสิทธิภาพการเติมเต็มผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้นและให้ผลลัพธ์นานถึง 5 ปี ซึ่งหลังจาก 5 ปี ร่างกายก็จะยังสร้างคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ความหย่อนคล้อยของผิวหนังชะลอลง หรือช่วยยืดอายุให้ผิวหนังเหี่ยวย่นช้าลง


ไหม Ruby NEX เหมาะกับใคร

Ruby NEX เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณคอเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยที่เกิดจากผิวหนังไม่สามารถพยุงยึดกับกล้ามเนื้อไว้ได้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือจากพฤติกรรมเช่นละเลยการดูแลเบื้องต้นอย่างการทาครีม ก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟน นอนหมอนที่สูงเกินไปทำให้คอพับอยู่เป็นเวลานาน หรือคนที่ไขมันใต้คางน้อยแต่ผิวใต้คางกลับหย่อนคล้อยกรอบหน้าไม่ชัด

Ruby NEX จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและกระชับผิวให้กรอบหน้าชัดขึ้น รวมถึงคนที่ฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน (BotoX) หรือสารเติมเต็มอื่นๆ แต่ยังไม่ได้ผลชัดเจน และเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรมดึงผิวให้เรียบตึง

  • คอเหี่ยวเกิดความหย่อนคล้อยผิวหนังขาดแรงยึดเกาะกับเกล้ามเนื้อ

  • เหนียงใต้คางที่เกิดจากผิวหย่อนยานไม่สามารถพยุงให้ยึดติดกับกล้ามเนื้อได้

  • กรอบหน้าไม่ชัด เนื่องจากผิวหนังไม่กระชับ

  • ฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน (BotoX) หรือสารเติมเต็มอื่นๆ แต่ยังไม่เห็นผล

  • กลัวการผ่าตัดศัลกรรมดึงผิวให้เรียบตึง

ขั้นตอนการฉีดไหม Ruby NEX

1.ทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดไหม Ruby NEX

2.ทายาชา รอยาชาออกฤทธิ์ 30 นาที หรือสำหรับคนที่ไม่ต้องการทายาชาสามารถประคบเย็นเพื่อให้ชาก่อนทำได้

3.แพทย์จะกำหนดจุดวางทิศทางของเส้นไหมอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการกระตุ้นคอลลาเจน

4.ฉีดไหม Ruby NEX ก่อนฉีดไหมจะประคบเย็นอีกครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บ

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

ความรู้สึกขณะทำ

ด้วยฤทธ์ของยาชาและใช้เข็มที่มีขนาดเล็กร่วมกับการประคบเย็นก่อนฉีดไหมจึงทำให้มีความเจ็บน้อยมาก จะรู้สึกคล้ายกับมดกัดในจุดที่เข็มสัมผัสผิวหนัง

หลังฉีดไหมอาจจะมีรอยแดงตามจุดที่ประคบเย็น ซึ่งรอยแดงจะหายไปประมาณ 1-2 ชม.

ruby nex จุ๊บแจง

คำแนะนำก่อน-หลังทำ

ก่อนทำ

ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เพราะไม่มีผลต่อการฉีดไหม Ruby NEX

หลังทำ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสในบริเวณที่ฉีดไหมแรงๆ หลังทำทันที

  • งดการนวดคลึงบริเวณที่ฉีดไหม Ruby NEX

  • งดการโดนความร้อนบริเวณที่ฉีดไหมประมาณ 2 สัปดาห์

  • กินคอลลาเจนและวิตามินเสริมในช่วงแรกเพื่อเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน

* การฉีดไหม Ruby NEX แทบไม่มีข้อห้ามก่อนทำหรือหลังทำ เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัดหรือการศัลยกรรม

Ruby NEX ปิดจุดอ่อน ซ่อนอายุ

Ruby NEX  เป็นการฉีดไหมละลายวัสดุ PCL ที่มีความยืดหยุ่นสูง กักเก็บน้ำได้ดี และดีไซน์ไหมเกลียว (spiral) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อแก้ปัญหาผิวบริเวณลำคอเหี่ยวย่น กรอบหน้าไม่ชัด และย้อนวัยซ่อนอายุ

ด้วยความสาวครบสูตรทั่วทั้วใบหน้ามาจนถึงลำคอ และด้วยความพิเศษของเส้นไหมที่เคลือบ W-cell ช่วยให้การทำงานของเส้นไหมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เห็นผลเร็วขึ้น อยู่ได้นานขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมเสื่อสภาพให้ทำงานได้ดีขึ้น

ด้วยเข็มขนาดเล็กจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่กลับคืนความสาวนานถึง 5 ปี

ไม่อยากให้ใครเดาอายุได้ มาหลบซ่อนอายุที่แท้จริงที่วลีรัตน์คลินิค

 

ฉีดไหม LIPO LIFTING ลดโหนกหน้าเล็ก

ฉีดไหม LIPO LIFTING ลดโหนกหน้าเล็ก

Lipo Lifting ลดโหนกหน้าเล็ก

ลดโหนกแก้มปรับรูปหน้าได้แค่ฉีดไหมสลายไขมันด้วย Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) โหนกแก้มสูงสำหรับสาวๆ คงไม่ใช่ไอเท็มที่น่าพึงพอใจเท่าไหร่นัก เพราะมีแต่จะเพิ่มความดุดันและทำให้ความอ่อนหวานบนใบหน้าดูน้อยลงแถมเวลาถ่ายรูปยังต้องคอยหลบมุมกล้องเพราะโหนกเจ้ากรรมดูโดดเด่นบดบังความสวยไปซะเกือบหมด สาวๆ หลายคนตัดสินใจผ่าตัดศัลยกรรม ทุบโหนกแก้ม เหลากรามเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลง แต่ด้วยนวัตกรรมความงามที่ทันสมัย ทำให้สาวๆ ที่อยากลดโหนกแก้ม ปรับรูปหน้าง่ายขึ้นเยอะไม่ต้องเตรียมใจในเรื่องความเจ็บสักเท่าไหร่เพราะเจ็บน้อยก็สวยได้

ฉีดไหม LIPO LIFTING ลดโหนกหน้าเล็ก

แต่ก่อนอื่นสาวๆ ต้องรู้ตัวเองก่อนนะคะว่าโหนกแก้มบนใบหน้าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งสาวไทยส่วนใหญ่มาจากไขมันค่ะ มีเพียงส่วนน้อยที่โหนกแก้มสูงมาจากกระดูก เพราะฉะนั้นการกำจัดไขมันบนโหนกแก้มก็สามารถลดโหนกแก้มปรับรูปหน้าให้เล็กลงได้แล้วล่ะค่ะ ซึ่งการฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) คืออะไร

การฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) คือการฉีดไหมสลายไขมันบริเวณโหนกแก้มให้เรียวเล็กลง ด้วยตัวยาสลายไขมันที่สกัดมจากธรรมชาติจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยตัวยาจะเข้าไปลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงและกำจัดออกจากร่างกายด้วยกลไกธรรมชาติ ส่วนตัวเส้นไหม จะกระตุ้นคอลลาเจนช่วยกระชับใบหน้า จึงทำให้บริเวณที่ฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) ไม่เกิดความหย่อนคล้อยจากไขมันที่ถูกกำจัดออกไป ซึ่งก้จะส่งผลให้หน้าเรียวเล็ก กระชับไม่หย่อนคล้อย

ลักษณะไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง)

LIPO LIFTING ลดโหนกหน้าเล็ก
  • เส้นไหมดีไซน์ MONO (ไหมเรียบ) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเติมเต็มผิวให้กระชับและลดความหย่อนคล้อย
  • วัสดุไหมละลาย PDO สามารถสลายไปได้เองโดยไม่มีสิ่งตกค้าง แต่คอลลาเจนที่ที่อยู่ในไหมยังสามารถถูกกระตุ้นการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • เส้นไหมเคลือบตัวยาสลายไขมัน สกัดจากธรรมชาติโดยจะไปออกฤทธิ์ในการลดขนาดเซลล์ไขมันและสามารถกำจัดออกจากร่างกายด้วยกลไกธรรมชาติ
  • ใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กในการฉีดไหมเข้าไปในใบหน้า ซึ่งไม่ทำให้เกิดแต่จะมีแผลมีเพียงตุ่มเล็กๆ ซึ่งจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชม.

การทำงานของไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง)

1.เมื่อเส้นไหมเข้าไปในชั้นไขมัน ตัวยาสลายไขมันจะไปทำปฏิกริยากับร่างกายในการลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลง โดยที่จำนวนเซลล์ยังเท่าเดิม ซึ่งร่างกายจะไม่รู้เลยว่าเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไป ดังนั้นจึงไม่เกิดอาการโยโย่ตามมา

2.เส้นไหมละลายเมื่อเข้าไปในนร่างกาย ร่างกายจะรับรู้ว่าภายในมีสิ่งแปลกปลอมและจะส่งสัญญาณการรักษาตัวเองโดยอัตโนมัติ โดยการกระตุ้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ช่วยกระชับผิวในบริเวณที่ฉีดไหมเข้าไป

3.เส้นไหมจะละลายไปเองตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ที่ถูกกระตุ้นให้มาพันรอบเส้นไหมยังคงอยู่ ดังนั้นต่อให้เส้นไหมละลายไปแล้วผลลัพธ์ของความกระชับที่มาจากเส้นไหมยังอยู่เหมือนเดิม

ฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ ไขมันบริเวณโหนกแก้มลดลง 20% โดยผลลัพธ์จะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์  ซึ่งไขมันที่ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายแล้วจะไม่กลับมาอีก ส่วนบริเวณที่ไขมันถูกกำจัดออกไปด้วยการทำงานของเส้นไหมที่กระตุ้นคอลลาเจนมาซ่อมแซมจึงทำให้ผิวไม่เกิดความหย่อนคล้อย ซึ่งผลของการรักษาอยู่ที่ระยะเวลา 1 ปี โดยขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำด้วยเช่นเดียวกัน หากสาวๆ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีก็สามารถยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้นานขึ้นไปอีก

LIPO LIFTING ลดโหนกหน้าเล็ก

ไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) เหมาะกับใคร

คนที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ที่เกิดจากการสะสมไขมันบนใบหน้า ซึ่งสาวๆ บางคนมีรูปร่างเล็กอยู่แล้วแต่ไขมันบนหน้าเยอะเกินไปก็เป็นสาเหตุทำให้โหนกใหญ่ได้ ซึ่งการฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นสาวๆ ที่ใช้สารชนิดอื่นอย่าง Meso fat, Botox แล้วไม่ได้ผล รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าด้วยการร้อยไหมแต่มีไขมันสะสมบนใบหน้ามาก จึงต้องกำจัดไขมันส่วนนี้ออกไปก่อนเพื่อให้การร้อยไหมเห็นผลชัดเจนขึ้น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ที่อยากลดโหนกแต่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม

  • โหนกแก้มใหญ่ที่เกิดจากไขมันส่วนเกิน
  • ฉีด Meso fat (เมโสแฟต), Botox (โบท็อกซ์) แล้วไม่เห็นผล
  • อยากร้อยไหมปรับรูปหน้า ลดความหย่อนคล้อยแต่โหนกแก้มใหญ่ สามารถฉีด ไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) สลายไขมันบริเวณโหนกแก้มเพื่อให้ผลลัพธ์การร้อยไหมชัดเจนขึ้น
  • อยากลดโหนกแก้มแต่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม ทุบโหนกแก้ม

ขั้นตอนการฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง)

1.แพทย์จะทำการวัดขนาดของใบหน้าเพื่อพิจารณาทิศทางการวางเส้นไหม

2.ทำความสะอาดใบหน้าเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า

3.ทายาชา รอยาชาออกฤทธิ์ 30 นาที หรือสำหรับสาวๆ ที่ไม่ต้องการทายาชาสามารถประคบเย็นเพื่อให้ชาก่อนทำได้เลย

4.แพทย์จะกำหนดจุดวางทิศทางของเส้นไหมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างตรงจุด

5.ฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) ด้วยเข็มขาดเล็ก ซึ่งก่อนฉีดไหมจะประคบเย็นอีกครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บ 

ความรู้สึกขณะทำ

ด้วยฤทธ์ของยาชา เข็มที่มีขนาดเล็กและการประคบเย็นก่อนฉีดไหมจึงทำให้มีความเจ็บน้อยมาก ในจุดที่เข็มสัมผัสใบหน้าอาจจะมีความรู้สึกเจ็บคล้ายกับมดกัดเท่านั้น ซึ่งหลังฉีดไหมเสร็จอาจจะมีรอยแดงตามจุดที่ประคบเย็น ซึ่งรอยแดงจะหายไปประมาณ 1-2 ชม.

คำแนะนำก่อนทำและหลังทำการรักษา

  • เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องงดวิตามิน หรืออาหารเสริมใดๆ ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหลังทำทันที หรือหลังทำประมาณ 6-8 ชม.
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ต่อเนื่องนาน 2-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการกำจัดไขมันออกจากร่างกาย
  • งดการนวดคลึง ขยับใบหน้ามากๆ และโดนความร้อนบริเวณที่ทำการรักษา 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของเส้นไหม
  • รับประทานคอลลาเจนและวิตตามินเสริมอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนให้กระชับและลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า

สรุปการฉีดไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง) เป็นการฉีดไหมสลายไขมันบริเวณโหนกแก้มพร้อมกับกระชับใบหน้าไปพร้อมๆ กัน เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลงและลดความหย่อนคล้อย โดยตัวยาสลายไขมันจะเข้าไปลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงและกำจัดออกจากร่างกายโดยไม่มีอาการโยโย่ตามมาภายหลัง โดยการใช้เข็มขนาดเล็กหลังทำจะมีเพียงตุ่มเล็กๆ ที่เกิดจากรอยเข็มและจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชม. เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการลดโหนกแก้มที่เกิดจากการสะมของไขมันส่วนเกิน อยากลดโหนกปรับรูปหน้าแต่กก็กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม เพื่อความสวยที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 สาวๆ ที่อยากลดโหนกแก้มปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กด้วยไหม Lipo Lifting (ไลโปลิฟติ้ง)  สามารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

LIPO X˚ เล็กกว่าที่เคยมี

lipox

อยากหน้าเล็ก ลดปัญหาโหนกแก้มใหญ่สาวๆ อย่าเพิ่งใจร้อนรีบไปทุบหน้านะคะ เพราะปัจจุบันนวัตกรรมด้านความงามถูกพัฒนาไปไกลมากเลยทีเดียว การแก้ปัญหาโหนกแก้มใหญ่จึงมีหลายวิธี แต่ก่อนอื่นต้องรู้สาเหตุว่าโหนกแก้มบนใบหน้ามาจากส่วนไหน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงไทยมักเข้าใจผิดว่าโหนกแก้มของตัวเองนั้นมาจากกระดูก แต่จริงๆ แล้วโหนกแก้มของสาวไทยมาจากไขมันซะส่วนใหญ่ค่ะ เพราะฉะนั้นการลดโหนกแก้มก็ทำได้โดยสลายไขมันบริเวณนั้นออกไป ก็สามารถปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กได้โดยที่ไม่ต้องศัลยกรรมทุบโหนก ซึ่งทำได้ด้วยการฉีดไหม LIPO X˚

ฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) คืออะไร

การฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) คือการฉีดไหมสลายไขมมันบริเวณโหนกแก้มด้วยเส้นไหมที่มีฤทธิ์ในการสลายไขมัน โดยตัวยาสลายไขมันที่สกัดจากธรรมชาติ จะเข้าไปย่อขนาดเซลล์ไขมันให้มีขนาดเล็กลงและกำจัดออกจากร่างกาย ส่วนเส้นไหมจะกระตุ้นคอลลาเจนช่วยกระชับใบหน้า จึงทำให้บริเวณที่ฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) ไม่เกิดความหย่อนคล้อยจากไขมันที่ถูกกำจัดออกไป ซึ่งความพิเศษของ LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) คือการเคลือบสาร W cell ที่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการทำงานของเส้นไหมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ระยะการเห็นผลเร็วขึ้น ผลการรักษาอยู่ได้นานขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง

LIPO X˚ เล็กกว่าที่เคยมี

ลักษณะไหม LIPO X˚

  • เส้นไหมดีไซน์ multi screw เพิ่มความซับซ้อนการเรียงตัวของเส้นไหมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเติมเต็มผิวกระชับลดความหย่อนคล้อยได้ดียิ่งขึ้น
  • วัสดุไหมละลาย PDO โดยสามารถสลายไปได้เองในร่างกายไม่มีสิ่งตกค้าง แต่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นขึ้นยังคงอยู่
  • เส้นไหมเคลือบตัวยาสลายไขมัน สกัดจากธรรมชาติโดยจะไปออกฤทธิ์ในการลดขนาดเซลล์ไขมันและกำจัดออกจากร่างกายด้วยกลไกธรรมชาติ
  • พิเศษเคลือบ W-cell ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเส้นไหมทำให้เห็นผลเร็วขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และยังช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ
  • ใช้เข็มปลายแหลมขนาดเล็กในการฉีดไหมเข้าไปในใบหน้า ไม่ทำให้เกิดแผลมีเพียงตุ่มเล็กๆ ซึ่งจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชม.

การทำงานของไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์)

1.เมื่อเส้นไหมเข้าไปในชั้นไขมันตัวยาสลายไขมันจะไปทำปฏิกริยากับร่างกายในการลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลง โดยที่จำนวนเซลล์ยังเท่าเดิม ซึ่งร่างกายจะไม่รู้เลยว่าเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไป ดังนั้นจึงไม่เกิดอาการโยโย่ตามมา

2.เส้นไหมละลายเมื่อเข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะรับรู้ว่าภายในมีสิ่งแปลกปลอมและจะส่งสัญญาณการรักษาตัวเองโดยอัตโนมัติ โดยการกระตุ้นคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ให้มาพันรอบเส้นไหม ช่วยกระชับผิวในบริเวณที่ฉีดไหมเข้าไป

3.เส้นไหมจะละลายไปเองตามธรรมชาติ แต่คอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ที่ถูกกระตุ้นให้มาพันรอบเส้นไหมยังคงอยู่ ดังนั้นต่อให้เส้นไหมละลายไปแล้วผลลัพธ์ของความกระชับที่มาจากเส้นไหมยังอยู่เหมือนเดิม

4.W cell หรือสารสื่อประสาทระหว่างเซลล์จะช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์เสื่อมสภาพ จึงทำให้การทำงานและการออกฤทธิ์ของเส้นไหมมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เช่นเห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น ผลของการรักษาอยู่ได้นานยิ่งขึ้น เนื่องจากเซลล์ภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

ฉีด LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) เห็นผลอย่างไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ ไขมันบริเวณโหนกแก้มลดลง 20% โดยผลลัพธ์จะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 1-3 สัปดาห์  ซึ่งไขมันที่ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายแล้วจะไม่กลับมาอีกและไม่มีอาการโยโย่ ส่วนบริเวณที่ไขมันถูกกำจัดออกไปด้วยการทำงานของเส้นไหมที่กระตุ้นคอลลาเจนมาซ่อมแซมจึงทำให้ผิวไม่เกิดความหย่อนคล้อย นอกจากจะช่วยลดโหนกแก้มปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กแล้ว ยังช่วยกระชับใบหน้าให้เรียบเนียนอีกด้วย ซึ่งผลของการรักษาอยู่ที่ระยะเวลา 2 ปี โดยขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำด้วยเช่นเดียวกัน หากสาวๆ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีก็สามารถยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ให้นานขึ้นไปอีก

LIPO X˚ เล็กกว่าที่เคยมี
LIPO X˚ เล็กกว่าที่เคยมี

ไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) เหมาะกับใคร

คนที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ที่เกิดจากการสะสมไขมันบนใบหน้า ซึ่งสาวๆ บางคนมีรูปร่างเล็กอยู่แล้วแต่ไขมันบนหน้าเยอะเกินไปก็เป็นสาเหตุทำให้โหนกแก้มใหญ่ได้ ซึ่งการฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์)สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นสาวๆ ที่ใช้สารชนิดอื่นอย่าง Meso fat, Botox แล้วไม่ได้ผล รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าด้วยการร้อยไหมแต่มีไขมันสะสมบนใบหน้ามาก จึงต้องกำจัดไขมันส่วนนี้ออกไปก่อนเพื่อให้การร้อยไหมเห็นผลชัดเจนขึ้น และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาวๆ ที่อยากลดโหนกแก้มแต่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม

  •  โหนกแก้มใหญ่ที่เกิดจากไขมันส่วนเกิน
  •  ฉีด Meso fat (เมโสแฟต), Botox (โบท็อกซ์) แล้วไม่เห็นผล
  • อยากร้อยไหมปรับรูปหน้า ลดความหย่อนคล้อยแต่โหนกแก้มใหญ่ สามารถฉีด ไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) สลายไขมันบริเวณโหนกแก้มเพื่อให้ผลลัพธืการร้อยไหมชัดเจนขึ้น
  • อยากลดโหนกแก้มแต่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม ทุบโหนกแก้ม
LIPO X˚ เล็กกว่าที่เคยมี

ขั้นตอนการฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์)

1.แพทย์จะทำการวัดขนาดของใบหน้าเพื่อพิจารณาทิศทางการวางเส้นไหม

2.ทำความสะอาดใบหน้าเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า

3.ทายาชา รอยาชาออกฤทธิ์ 30 นาที หรือสำหรับสาวๆ ที่ไม่ต้องการทายาชาสามารถประคบเย็นเพื่อให้ชาก่อนทำได้เลย

4.แพทย์จะกำหนดจุดวางทิศทางของเส้นไหมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างตรงจุด

5.ฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) ด้วยเข็มขาดเล็ก ซึ่งก่อนฉีดไหมจะประคบเย็นอีกครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บ 

ความรู้สึกขณะทำ 

ด้วยฤทธ์ของยาชา เข็มที่มีขนาดเล็กและการประคบเย็นก่อนฉีดไหมจึงทำให้มีความเจ็บน้อยมาก ในจุดที่เข็มสัมผัสใบหน้าอาจจะมีความรู้สึกเจ็บคล้ายกับมดกัดเท่านั้น ซึ่งหลังฉีดไหมเสร็จอาจจะมีรอยแดงตามจุดที่ประคบเย็น ซึ่งรอยแดงจะหายไปประมาณ 1-2 ชม.

คำแนะนำก่อนทำและหลังทำการรักษา

  • เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องงดวิตามิน หรืออาหารเสริมใดๆ ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหลังทำทันที หรือหลังทำประมาณ 6-8 ชม.
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ต่อเนื่องนาน 2-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการกำจัดไขมันออกจากร่างกาย
  •  งดการนวดคลึง ขยับใบหน้ามากๆ และโดนความร้อนบริเวณที่ทำการรักษา 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของเส้นไหม
  • รับประทานคอลลาเจนและวิตตามินเสริมอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนให้กระชับและลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า

โดยสรุปการฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) เป็นการฉีดไหมสลายไขมันบริเวณโหนกแก้มพร้อมกับกระชับใบหน้าไปพร้อมๆ กัน เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลงและลดความหย่อนคล้อย โดยตัวยาสลายไขมันจะเข้าไปลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงและกำจัดออกจากร่างกายโดยไม่มีอาการโยโย่ตามมาภายหลัง โดยการใช้เข็มขนาดเล็กหลังทำจะมีเพียงตุ่มเล็กๆ ที่เกิดจากรอยเข็มและจะหายไปเองประมาณ 1-2 ชม. เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการลดโหนกแก้มที่เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน อยากลดโหนกปรับรูปหน้าแต่กก็กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม อย่างไรก็ตามการฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์) เป็นการทำหัตถการที่จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อประเมินการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดเพื่อให้สาวๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและมีความปลอดภัย

สาวๆ ที่อยากลดโหนกแก้มปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ด้วยการฉีดไหม LIPO X˚ (ไลโปเอ็กซ์)  สามมารถแวะเข้ามาปรึกษาได้ที่ "วลีรัตน์คลินิก" หรือ @ไลน์ มาปรึกษา Facial Designer ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบรูปหน้า จากวลีรัตน์คลิกได้เลยค่ะ

กระชับหุ่นเฟิร์ม เริ่มต้นด้วย Belly Burn

กระชับหุ่นเฟิร์ม เริ่มต้นด้วย Belly Burn

กระชับหุ่นเฟิร์มเริ่มต้นด้วย Bally Burn กำจัดเซลล์ไขมันอยู่หมัด ไม่ต้องกังวลเรื่องกินอีกต่อไป

Read More

SALMON DNA ลดฝ้า หน้าใส

salmon DNA ลดฝ้าหน้าใส.jpg

ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพผิวที่ดีและปราศจากจุดด่างดำซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการมีผิวที่เรียบเนียน เราจึงมักเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสาวๆ ในการลดเลือน ฝ้า กระ และจุดด่างดำ “สารสกัดโซเดียมดีเอ็นเอจากปลาแซลมอน หรือ “Sodium DNA” ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแวดวงความงามเพื่อการลดเลือนจุดด่างดำต่างๆ

อสุจิปลาแซลมอน กับ Sodium DNA เกี่ยวข้องกันยังไง

Sodium DNA หรืออาจจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Salmon DNA เป็นสารที่ถูกสกัดออกมาจากอสุจิหรือน้ำเชื้อของปลาแซลมอน ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ Deoxyribonucleic acid (DNA) โดยปกติแล้วถูกสังเคราะห์อยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้นความสามารถในการผลิต DNA ก็จะลดลง การเสริมด้วย Sodium DNA จึงเป็นการเพิ่มความสามารถในการถอดรหัสพันธุกรรมของเซลล์ต้นแบบให้สื่อสารกับเซลล์เดิมที่มีอยู่ในร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผิวเรากลับคืนสู่ความสมดุล กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อคืนผิวกระจ่างใสและลดเลือนฝ้า กระและจุดด่างดำ

ความพิเศษของ Salmon DNA คือเมื่อเข้าสู่ใต้ผิวหนังชั้นแท้แล้ว จะสามารถซ่อมแซมฟื้นฟูความสมดุลของเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินถึงระดับ DNA เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นให้แก่ผิว และคืนความขาวกระจ่างใสให้ผิวของคุณไร้จุดด่างดำ

5 เหตุผลที่ควรใช้ SALMON DNA

 1.กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด มลภาวะ และฝุ่นควัน ลดเลือนฝ้า กระ จุดจ่างดำ คืนผิวขาวกระจ่างใส

2.กักเก็บน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูเปล่งปลั่งและมีสุขภาพดี

3.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนัง เพื่อยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง

4.ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวขาวใสเละเรียบเนียน

5.มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยร่องลึก (Wrinkle) หรือริ้วรอยที่มีก่อนวัยอันควร

สำหรับซัมเมอร์นี้หากสาวๆ คนไหนต้องการลดเลือนจุดด่างดำที่เป็นอุปสรรคต่อการอวดผิวขาวกระจ่างใสให้เร็วทันใจ การฉีด Salmon DNA จึงเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี

ALPHA ARBUTIN สะกิดผิวหน้าใส ไร้ฝ้า

alpha Arbutin.jpg

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นสารพัดปัญหาที่จะมาลดทอนความสวยก็ถามหามากขึ้นตามไปด้วยเหมือนมาเป็นของคู่กัน ทั้งผิวหมองคล้ำ ไร้ความกระจ่างใส ฝ้า กระ จุดด่างดำ รูขุมขนไม่กระชับ ผลลัพธ์ภายนอกที่คอยสร้างความกังวลใจให้กับคุณผู้หญิงได้น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อมีปัญหาย่อมมีทางออกเสมอค่ะ เพราะ “วลีรัตน์คลินิก” เข้าใจความสวยของผู้หญิง เราจึงคัดรสรรสิ่งที่ตอบโจทย์ความสวยให้กับคุณผู้หญิงได้อย่างตรงจุด

Alpha Arbutin Concentrate Whitening Booster  ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเมลานินหรือเม็ดสีผิวที่เป็นตัวต้นเหตุของปัญหาผิวอย่าง ฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่คุณผู้หญิงต่างกังวลกัน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า Arbutin มักจะถูกนำมาเป็นส่วนผสมของ Whitening หรือครีมหน้าขาว เพราะด้วยคุณสมบัติที่ช่วยในการปกป้องผิวให้ขาวกระจ่างใส นี่จึงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่พระเอกอย่าง “Arbutin” จะถูกนำมาใช้ในคลินิกเสริมความงาม เพื่อคืนผิวหน้ากระจ่างใส ไร้ฝ้าให้กับคุณผู้หญิง

 เทคนิคการนำ Arbutin เข้าสู่ผิวคือการสะกิดบนใบหน้าเพื่อให้ Arbutin เข้าไปทำปฏิกิริยากับผิวได้โดยตรงและให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพอย่างตรงจุด โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ซึ่งหลังจากทำภายใน 1 วัน ผลลัพธ์ที่ได้คือรูขุมขนดูเล็กลง หน้าขาวกระจ่างใสขึ้น ส่วนรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ จะเห็นผลได้ดีที่สุดภายใน 1 สัปดาห์  ซึ่งคุณผู้หญิงก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังจากทำเสร็จทันที

 Alpha Arbutin สามารถทำได้ทุกสัปดาห์เลยนะคะ เพราะเปรียบเสมือนเราเติมสารอาหารในการดูแลผิว สำหรับการทำครั้งแรกจะสามารถลดรอยฝ้า กระ ได้ 30-40% ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่าจะเป็นฝ้าประเภทใด ขนาดร่างกายคนเรายังต้องการสารอาหารที่เป็นประโยชน์เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ผิวของเราก็เช่นเดียวกันค่ะ ที่ต้องการสารอาหารและการดูแลเอาใจใส่อยู่เป็นประจำ Alpha Arbutin Concentrate Whitening Booster  จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยในการดูแลผิว ลดเลือนฝ้า กระ จุดจ่างดำ ให้กับคุณผู้หญิงได้อย่างตรงจุด

Growth Factor ฉีดผิวใส คืนความอ่อนเยาว์

growth factoe ฉีดผิวใสคืนความอ่อนเยาว์.jpg

ผิวพรรณที่ดูสดใสเปล่งปลั่งและดูอ่อนเยาว์ เป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงต้องการเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด เพราะผิวเป็นที่มีสุขภาพดีสามารถสะท้อนสุขภาพภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะหากร่างกายของเราไม่สามารถสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้เพียงพออย่างที่ร่างกายต้องการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ก็จะส่งผลต่อผิวพรรณภายนอกของเราอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อร่างกายของเราไม่สามารถสร้างสิ่งที่จำเป็นต่อการมีผิวพรรณที่มีสุขภาพดีได้อย่างเพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องเติมเต็มสารกระตุ้นหรือสารสื่อประสาทระหว่างเซลล์เพื่อเป็นแรงเร้าให้เซลล์ต่างๆ สามารถทำงานได้ดีขึ้น Growth Factor (โกรทแฟกเตอร์) จึงมักจะถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในการฟื้นฟูเซลล์ภายในร่างกายที่เสื่อมลงให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

Growth Factor คืออะไร

Growth Factor คือสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สามารถกระตุ้นให้เซลล์มีการเพิ่มจำนวน การเจริญเติบโต และพัฒนาการของเซลล์ได้ เป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ซึ่งทำความเข้าใจง่ายเลยคือสารบำรุงที่สามารถกระตุ้นไปถึงระดับเซลล์เลยทีเดียว

Growth Factor จะบำรุงไปถึงระดับเซลล์ได้อย่างไร

สามาถทำได้โดยการนำเลือดจากร่างกายของเราเองมาปั่นเพื่อแยกองค์ประกอบในเลือด และส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่าพลาสมา (Plasma) ซึ่งในเกล็ดเลือดนั้นเอง มีสารที่เรียกว่า Growth Factor ซึ่งโกรทแฟคเตอร์นี้จะถูกนำกลับไปฉีดเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมตนเอง

ประโยชน์จาก Growth Factor

 1.ช่วยฟื้นฟูบำรุงสภาพเซลล์ผิว ทำให้ใบหน้ากระจ่างใส ผิวพรรณดูอ่อนวัยขึ้น

2.ซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพลงให้กลับมาแข็งแรง มีความยืดหยุ่นดีขึ้น ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน และอ่อนนุ่มมากขึ้น

3.เร่งการรักษาผิวจากการถูกทำลายด้วยมลภาวะ ร่องรอยแดง จุดด่างดำให้จางหายไป

4.ลดเลือนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวมากขึ้น

5.กระตุ้นเซลล์ในช้ันหนังกําพร้าทําให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเผยผิวใหม่ให้ฉ่ำวาว

6.เพิ่มอิลาสตินที่ทำให้ผิวยืดหยุ่นไม่หย่อนคล้อย และเพิ่ม Fibroblast (เซลล์ผิวที่คอยผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน)

“สำหรับสาวๆ ที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวเพื่อความฉ่ำวาวจนใครๆ ต้องหันมองรับซัมเมอร์นี้ อย่าลืมให้ วลีรัตน์คลินิก ดูแลความงามให้คุณนะคะ”

ทุกการเติมเต็มความสวยงาม สาวๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดครบถ้วนและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความสวยอย่างปลอดภัยนะคะ

PLACENTA Young at hart Young at face

placenta.jpg
  • ช่วยกระตุ้น Stem Cell ในร่างกาย ให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

  • ซ่อมแซมร่างกาย พลาเซนกระตุ้น Stem Cell ได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติถึง 8 เท่า

 คืนความอ่อนเยาว์ระดับเซลล์

  • สร้างสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น เกลือแร่ กรดอมิโน และสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็น

  • ช่วยซ่อมแซมเซลล์ในส่วนที่สึกหรอ

  • คืนสภาพความสมดุลของร่างกายได้ด้วย

เหมาะกับ

ทุกคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์จากภายใน l บำรุงเซลล์เสื่อมสภาพ l ฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรง l

placenta

  • พลาเซนต้า ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์หลายชนิด และ พลาเซนต้า ยังมี Stem Cell (สเต็มเซลล์) (ซึ่งจะช่วยกระตุ้น Stem Cell ในร่างกาย ให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง เหมือนการซ่อมแซมร่างกาย และพบว่า

  • กระตุ้น Stem Cell ได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติถึง 8 เท่า ะช่วยให้ร่างกายผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป แล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ มีผลต่อเนื่องไปยังการทำงานต่างๆ ของร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้

  • ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

  • ฟื้นฟูผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์

  • ลดรอยหมองคล้ำก่อนวัย

  • สร้างความกระชับหน้าให้เต่งตึง

  • ทำกิจกรรมยบนเตียงได้นานขึ้น ความรักของคุณก็จะดียิ่งขึ้น

  • รู้สึกกะปรี้กะเปร่า

  • เซลล์ในร่างกายถูกซ่อมแซม

  • ฟื้นฟูเซลล์เสื่อมสภาพ

jooper peel หน้าสะอาดใส ใครๆ ก็อยากจุ๊บ

Jooper Peel_๑๘๐๔๐๙_0001.jpg

โปรแกรม Jooper peel นวัตกรรมใหม่จาก “วลีรัตน์คลินิก” ที่จะมาช่วยป้องกันและแก้ปัญหากาเกิดสิวบนใบหน้าให้กับสาวๆ ซึ่ง Jooper peel เป็นเครื่องที่ใช้แรงดันน้ำในการกำจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าและผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ โดยการใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ อย่าง AHA และ BHA เพื่อให้เกิดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบ “Hydra Dermabrasion”

1.การทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้ผลมากยิ่งขึ้น

2.การผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ผิวกระจ่างใส โดยมี Lactic acid ช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ใช้แรงดันที่เหมาะสมกับสภาพผิวโดยปล่อยละอองสาร BHA ช่วยลดการอักเสบของผิวเข้าไปพร้อมกับดูดสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตันออก

4.หลังการการชำละล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกอย่างล้ำลลึก รูขุมขนยังเปิดอยู่ ก็เติมเต็มสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินบำรุงผิว เพื่อให้รูขุมขนกระชับและเรียบเนียนขึ้น

Jooper-Peel_๑๘๐๔๐๙_0002.jpg

Jooper peel กำจัดสิวสะอาดล้ำลึก คืนความกระจ่างใสหากสิวอุดตันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ใบหน้าขาดความกระจ่างใสและไร้ความเรียบเนียน 

  1. ช่วยทำความสะอาดผิว (Cleasing) ได้อย่างล้ำลึกซึ่งมีงานวิจัยพบว่าสามารถดูดสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  2. ช่วยเร่งให้ผิวมีการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออก (Peeling) เพื่อเผยผิวใหม่ที่เปล่งปลั่งสดใส

  3. ช่วยแก้ปัญหาสิวอุดตัน (Blackheads) ท าให้ผิวเรียบเนียนขึ้น (Refined skin)

  4. ช่วยแก้ปัญหาสิวเรื้อรัง ผื่นแดงอักเสบเรื้อรัง (Rosacea)

  5. ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว (Hydration)