ปรับหน้าเรียว ลดริ้วรอยด้วย Botox

 
ปรับหน้าเรียว ลดริ้วรอยด้วย Botox

สมัยนี้ผู้หญิงเราอาจคุ้นเคยกับคำว่า โบท็อก (Botox) กันพอสมควร จนแทบจะเป็นไอเทมเบสิคที่หลายคนนึกถึงเมื่ออยากเสริมความงาม แต่เจ้าโบท็อกเนี่ย ก็ไม่สามารถแก้ได้ทุกปัญหาบนใบหน้าของเรานะคะ วันนี้เรามาทำความรู้จักโบท็อกกันให้มากขึ้นอีกหน่อยดีกว่าค่ะ  



โบท็อก คือ

โบท็อก (Botox) คือ สารโบทูลินั่ม ท็อกซินชนิด เอ (Botulinum toxin type A) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum)

สารนี้จะออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ไม่สามารถทำงานได้หรือเป็นอัมพาตชั่วระยะเวลาหนึ่งนั่นเอง


โบท็อก รีวิว


โบท็อก ยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร

botox allergan

Allergan โบท็อกอเมริกา ฉีดแล้วตัวยาไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง ให้ผลแม่นยำ เห็นผลไว ฉีดแล้วอยู่ได้นานเป็นยี่ห้อที่ฉีดแล้วตึงที่สุด

คลิก ดูรีวิว>

Neuronox ฉีดแล้วให้ผลแม่นยำเกือบเท่า Allergan และอยู่ได้นาน แต่ราคาจะถูกกว่าของอเมริกาเกือบเท่าตัว... อยู่นานกว่า Botulax

Botulax เน้นหน้าใสเห็นผลไวกว่า Neuronox

Nabota โบท็อกสัญชาติเกาหลี เป็นยี่ห้อที่ออกฤทธิ์ไวที่สุด กรามลดลงไว ริ้วรอยลดลงไวที่สุด เหมาะกับงานเร่งงานด่วน แต่ระยะเวลาที่อยู่ได้ก็จะสั้นลงตามไปด้วย

โดยรวมแล้ว โบท็อกอเมริกาจะดีกว่าเกาหลี 20% โอกาสดื้อยาน้อยกว่า แต่ราคาสูงกว่า

ถ้าต้องการความคุ้มค่า เลือกโบท็อกเกาหลี แต่ถ้าอยากได้โบท็อกที่ดีที่สุด เลือกโบท็อกอเมริกา

botox dysport

Dysport ของอังกฤษ เหมาะกับการใช้ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดขนาดของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น น่อง ต้นแขน

อีกทั้งยังเหมาะกับการทำ Dermolift Microbotox Skin Botox ใช้ในกรณีที่เราต้องการให้ตัวยา กระจายตัวในจุดที่เราต้องการอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกอยู่จุดเดียว

ได้ความเป็นธรรมชาติ ริ้วรอยน้อยลง 50% หน้าไม่ตึงมาก

คลิก ดูรีวิว>

botox xeomin

Xeomin โบท็อกเยอรมัน จุดเด่นคือหลังฉีดแล้วให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่หนักหน้า หน้าไม่แข็ง รู้สึกเป็นธรรมชาติสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างไม่มีริ้วรอย

เป็นยี่ห้อที่มีคุณสมบัติอยู่ระหว่าง โบท็อกอเมริกา-อังกฤษ มีงานวิจัยว่า เป็นโบท็อกที่เหมาะกับเคสที่ดื้อยา


โบท็อก ฉีดตรงไหนได้บ้าง

  • เพื่อลดริ้วรอย จะฉีดบริเวณที่แสดงอารมณ์บ่อยๆจนเกิดริ้วรอย เช่น ตีนกา หน้าผาก เส้นรอยยิ้ม หว่างคิ้ว คอ

  • เพื่อปรับรูปหน้า แนวขากรรไกร กราม แก้ม เพื่อใบหน้าเรียวแบบวีเชฟ

  • ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้  

  • นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลดขนาดของปีกจมูก รวมถึงแขน น่อง ขา ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้อีกด้วย


ข้อดีของ โบท็อก

  • ลดเลือนริ้วรอย

  • ปรับรูปหน้า

  • ลดขนาดน่อง ขา แขน

  • รักษาไมเกรน ตาเข หนังตากระตุก กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง

  • รักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและรักแร้


ระยะเวลา...

ระยะเวลาของ โบท็อก

ในการฉีดซ้ำ ควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือน แต่ไม่ควรเกิน 5 - 6 เดือนเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานปกติ อาจต้องใช้จำนวนยูนิตเยอะขึ้น

ทั้งนี้การคงอยู่ของโบท็อกนั้นขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและการปฏิบัติตัวของผู้เข้ารับการรักษา


ผลข้างเคียง

  • อาจมีอาการตึงบนใบหน้า หนังตาตก ยิ้มไม่สุด แสดงสีหน้าอารมณ์ไม่ได้

  • หน้าสองข้างไม่เท่ากัน

  • อาจมีอาการปวดศีรษะหรือปวดบริเวณที่ฉีด

  • เคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น

  • ในบางรายที่มีแก้มเยอะ หากฉีดโบท็อกจนหน้าเรียวแล้ว อาจทำให้แก้มห้อยคล้อยลงมาได้  

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ หากฉีดผิดตำแหน่งหรือใกล้อวัยวะสำคัญมากเกินไป รวมถึงแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอแต่ไม่มีอันตรายถึงกับชีวิต โดยอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปได้เอง รอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดไป


ขั้นตอนการฉีด โบท็อก

1.     แพทย์ทำการประเมินปัญหาและสภาพผิวบริเวณที่จะทำการรักษา

2.     ทายาชาหรือประคบน้ำแข็งบริเวณที่จะฉีดเพื่อบรรเทาความเจ็บ

3.     ใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยาในปริมาณที่พอเหมาะลงไปยังชั้นกล้ามเนื้อ


การทำงานของ โบท็อก

ร่างกายจะมีสารที่ชื่อว่า แอซิติลโคลีน ซึ่งปลายประสาทจะสั่งให้กล้ามเนื้อทำงานผ่านสารตัวนี้ จนเกิดเป็นริ้วรอยต่างๆ แต่เมื่อ

เมื่อฉีดโบท็อกเข้าไป โบท็อกจะไปหยุดยั้งสารแอซิติลโคลีน ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว เหมือนเป็นอัมพาตชั่วคราว ริ้วรอยต่างๆจะค่อยๆ  เรียบเนียนขึ้นจากเดิมและยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

การทำงานของ Botox

การฉีดโบท็อกอย่างถูกวิธี จะทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีปัญหาเรื่องความตึงแข็งเกินไปจนไม่สามารถแสดงสีหน้าอารมณ์ได้ นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยบริเวณที่ขยับกล้ามเนื้อบ่อยๆแล้ว ยังช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้อีกด้วย


คำแนะนำก่อนฉีด โบท็อก

คำแนะนำการฉีดโบท็อก
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

  • หลีกเลี่ยงความร้อน เนื่องจากความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว

  • หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดๆ และอาหารหมักดอง เช่น มะม่วงดอง ปลาร้า เพราะมีสารทำให้หลอดเลือดขยายตัว


การดูแลหลังฉีด โบท็อก

เพื่อรักษาให้โบท็อกสลายตัวช้าที่สุด คงอยู่นานที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้...

การดูแลหลังฉีด โบท็อก

1. หลังฉีดควรขยับหรือบริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ เป็นเวลา 20-30 นาที เพื่อให้เซลล์ประสาทดูดโบท็อกเข้าไปให้มากที่สุด

2. งดนอนคว่ำ นอนราบหลังฉีด 3 ชั่วโมง และก้มหัวต่ำ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่ใบหน้า จึงมีโอกาสที่โบท็อกจะกระจายตัวเยอะขึ้น ไหลไปในจุดอื่นที่ไม่ต้องการ

3. งดอาหารหมักดองทุกชนิด

การดูแลหลังฉีด โบท็อก

4. งดการนวด กด บีบ คลึง จุดที่เพิ่งฉีดโบท็อกมา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เพราะยาอาจกระจายไปส่วนอื่นได้

5. งดแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่หลังฉีด 2 สัปดาห์

6. เลี่ยงความร้อนจัดๆหลังฉีด 2 สัปดาห์แรก เช่น เข้าซาวน่า เลเซอร์ความร้อนลงในชั้นผิวลึก

7.  งดการทำหน้า นวดหน้า เลเซอร์ทรีตเมนต์ 2 สัปดาห์หลังฉีด


ข้อควรระวัง

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรเว้นการฉีดโบท็อกไปก่อน

  • ผู้มีความผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท ไม่ควรฉีดโบท็อก

  • ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก เขียวช้ำง่าย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • หากมีกำหนดการจะผ่าตัดหรือเคยผ่าตัดที่ใบหน้ามาก่อน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • หากเคยได้รับผลข้างเคียงหรือแพ้โบท็อก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ


เกร็ดความรู้

  1. การประคบเย็นจะช่วยลดการไหลเวียนของเลือดรอบๆจุดที่ฉีด ทำให้ตัวยาอยู่เฉพาะจุด ไม่กระจายตัวออกไป

  2. ความร้อนจัดอย่าง เลเซอร์ความร้อน ซาวน่า จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี โบท็อกจึงกระจายไปตามกระแสเลือด สลายไว เห็นผลน้อย

  3. หากเกิดอาการ ”ดื้อโบท็อก” ไม่ควรใช้วิธีการฉีดโบท็อกเพิ่มขึ้น แต่ควรเว้นการฉีดไปซักระยะ รอให้ร่างกายสลายโบท็อกจนหมด ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี แล้วค่อยฉีดใหม่


สรุป

โบท็อกในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไป จึงควรเลือกใช้ตามลักษณะปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตามผลจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่ถาวร เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถสลายไปได้ จึงต้องกลับมาเติมเป็นระยะ

โบท็อก…โบหน้าสวยเนียนเป็นธรรมชาติ