Dysport ริ้วรอยจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

Dysport (ดิสพอร์ต) คืออะไร

Dysport (ดิสพอร์ต) คือ สารโบทูลินั่ม ท็อกซินหรือที่เราเรียกกันว่า Botox Dysport ผลิตโดยบริษัท “Ipsen” จากประเทศอังกฤษ จึงมีการเรียกติดปากว่า “โบอังกฤษ” ผ่านงานวิจัยและสรุปผลทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1986 และได้รับการรับรองจาก FDA หรือ องค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration ทั้งประเทศในทวีปยุโรป อเมริกา และประเทศไทย)

ดิสพอร์ตนั้นจะมีโครงสร้างโมเลกุลขนาดเล็กกว่าโบท็อกซ์จาก USA และเกาหลี มีฤทธิ์การกระจายตัวของยาได้ดี จึงยกกระชับกรอบหน้าได้ดีและลดเลือนริ้วรอยได้อย่างเป็นธรรมชาติ


ลักษณะการฉีด Dysport

Dysport นั้นเหมาะกับการฉีดแบบ Dermolift ที่สุด เป็นเมโสโบท็อกซ์ที่นำมาฉีดในผิวชั้นตื้น ตัวยาจะออกฤทธิ์ยกกระชับทันที โดยจะฉีดเน้นบริเวณกรอบหน้า ทำให้กรอบหน้าดูคมและกระชับขึ้น

สามารถฉีดได้ทั่วหน้าในผิวชั้นตื้นมากๆ จึงจะปลอดภัย แต่หากฉีดในชั้นผิวที่ลึกลงไปบริเวณหน้าแก้ม อาจเสี่ยงต่อการกระจายตัวยาแล้วส่งผลให้มีอาการปากเบี้ยวได้


คุณสมบัติของ Dysport

  • กรอบหน้าคมชัด เนื่องจากตัวยากระจายตัวได้ดี ไม่กระจุกตัวเป็นจุดๆ จึงยกกระชับได้ดีสุดถ้าเทียบกับโบท็อกซ์จากประเทศอื่น

  • ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าไม่แข็งตึงจนเกินไป

  • ปรับและแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า เช่น รอยบุ๋ม รอยย่น

  • ลดเหงื่อ ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และการสะสมของแบคทีเรีย

  • ปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิค Dermolift  คือการฉีด Dysport ที่ผิวหนังชั้นหนังแท้ เพื่อยกกระชับบริเวณที่หย่อนคล้อย

  • เป็นยี่ห้อเดียวที่มีขนาด 500 ยูนิต

  • คงอยู่ได้ยาวนาน 6 เดือน – 8 เดือน


ผลลัพธ์หลังทำ

ระยะเวลาเห็นผล

เริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ประมาณ 2 วันหลังทำ จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าตึงกระชับทันที ริ้วรอยจางลงอย่างเป็นธรรมชาติและกรอบหน้าคมชัดมากขึ้น

Dysport เห็นผลเร็ว อยู่ได้นาน แลดูธรรมชาติ


ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรฉีดบ่อยๆ เพราะจะเพิ่มโอกาสในการดื้อโบท็อกซ์

  • หลีกเลี่ยงการฉีดทุกเดือน เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่อ ไม่ทำงาน และยุบตัว

  • หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญมากพอ ไม่แม่นยำในการฉีดอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยว


การเตรียมตัว ก่อนฉีดโบท็อกซ์

  1. งดยาแก้ปวด เช่น ยาแอสไพริน และอาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งของเลือด วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นเวลา 1 สัปดาห์

  2. งดแอลกอลฮอล์ 1 วัน

การปฏิบัติตัวหลังการฉีดโบท็อกซ์

  1. หลังการฉีด 2-3 ชั่วโมง ควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือนอนราบ

  2. ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ ในช่วง 30 นาทีหลังฉีด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

  3. หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดหน้า 1 สัปดาห์

  4. งดโดนความร้อน ซาวน่า เลเซอร์ ทรีตเม้นท์ ประคบร้อน รวมถึงการปรุงอาหารหน้าเตาร้อนภายใน 4 ชั่วโมงหลังฉีด

  5. รอยนูนจากการฉีดจะหายไปใน 2-3 ชั่วโมง ถ้ามีรอยช้ำ ให้ใช้น้ำแข็งประคบ รอยจะหายไปใน 7 วัน

  6. หากจำเป็นสามารถใช้เครื่องสำอางได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงการถูแรงๆ

  7. ถ้าปวดศีรษะหลังฉีด ให้รับประทานยาพาราเซตามอลได้


โดยทีมแพทย์วลีรัตน์

คลิกที่คำถามเพื่อดูคำตอบ


A : โบท็อกซ์ เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ผลิตมาจากจุลชีพ และเมื่อฉีดเข้าไปที่ชั้นกล้ามเนื้อจะยับยั้งไม่ให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น โดยนิยมใช้ในการลดริ้วรอย

A : โดยปกตินิยมฉีดบริเวณ รอยย่นบนหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และนิยมทำให้ใบหน้าอ่อนวัยลง และปรับรูปหน้าให้เรียวด้วยการฉีดโบท็อกซ์

A : ฉีดเพื่อลดริ้วรอยอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ฉีดเพื่อยกกระชับหน้า 2-4 เดือน

A : ไม่เจ็บหรืออาจะเรียกได้ว่าเจ็บเหมือนมดกัด

A : ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผิวหน้ากระชับอย่างเป็นธรรมชาติ รูขุมขนเล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียนสดใส

A : ทำได้ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวที่มีริ้วรอย ร่องตื้น รูขุมขนกว้าง ผิวหน้ามัน แต่หน้าไม่ติด เหงือออกมาก และยังฉีดยกกระชับได้ด้วย

A : ฉีดบนใบหน้าจะเห็นผลใน 1 สัปดาห์ บริเวณกราม จะเห็นผลหลังการฉีด 1 เดือน


การเลือกสถานบริการความงามที่มีความน่าเชื่อถือ และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งที่สาวๆ ควรให้ความสำคัญ 

เพราะจะสวยทั้งทีความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่สาวๆ ควรใส่ใจค่ะ