เรื่องจริงของ Filler คนอยากสวยต้องอ่าน!

 

คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องของฟิลเลอร์มามาก ทั้งในด้านดีและไม่ดี หลายคนอยากสวย แต่ไม่กล้าเสี่ยงเพราะยังมีข้อสงสัยในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ฟิลเลอร์ วันนี้เราจึงหยิบประเด็นที่คุณควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์มาให้อ่านเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ผิวหนังที่ดูอ่อนเยาว์จะต้องมีชั้นคอลลาเจนและอิลาสตินที่แข็งแรงห่อหุ้มอยู่ใต้ผิว ซึ่งจะเสื่อมสภาพลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น จึงมีการพัฒนาสารสังเคราะห์เพื่อใช้เติมเต็มชั้นดังกล่าว นั่นก็คือสารเติมเต็มหรือที่เรียกว่า ฟิลเลอร์ (Filler) นั่นเอง

ฟิลเลอร์ ใช้เติมเต็มในส่วนที่เราต้องการ จึงมีเนื้อยืดหยุ่นคล้ายวุ้น เพื่อเลียนแบบความยืดหยุ่นของผิวตามธรรมชาติ ใช้ฉีดเฉพาะจุดเพื่อเติมริ้วรอย ร่องลึกบริเวณใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ฉีดเติมผิวหน้าให้ดูอิ่มฟู ปัจจุบันยังนิยมนำมาใช้ฉีดเพื่อเสริมส่วนต่างๆของใบหน้าให้ได้รูปหน้าที่สวยงาม


บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

  • เติมริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ขมับยุบ

  • เสริมจมูก คาง หน้าผากทดแทนการเสริมด้วยซิลิโคน

  • เสริมหน้าแก้ม ในคนที่มีปัญหาแก้มตกตามวัยหรือคนอายุน้อยที่ต้องการมีรูปหน้าอิ่ม

  • เติมแก้มตอบ หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายบนใบหน้าและร่างกาย

  • ฟิลเลอร์บางชนิดสามารถนำมาฉีดกระจายทั่วผิวหน้า เพื่อให้ผิวดูอวบอิ่ม

  • ฉีดเสริมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม

  • เติมแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋ม หลุมสิว


ผลลัพธ์จากการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์

บริเวณใต้ตา จากที่เคยมีร่องลึก รอยคล้ำ เมื่อถูกเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์แล้วก็ดูเต็มขึ้น ไม่มีร่องรอยแห่งความเสื่อมโทรมของผิวรอบดวงตา

บริเวณเส้นร่องแก้มที่เคยเด่นชัด หลังจากที่เติมฟิลเลอร์เข้าไป ทำให้ผิวคืนสภาพเรียบเนียนดังเดิม


การทำงานของ Filler

การทำงานของสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ จะเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิวผ่านการออกฤทธิ์ของกรดไฮยาลูรอนิค โดยกรดไฮยาลูรอนิคเป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกายมนุษย์ ช่วยผสานระหว่างผิวหนังกับคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหนังมีความเต่งตึง ยืดหยุ่น ไร้ริ้วรอย เซลล์ผิวแข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตกรดไฮยาลูรอนิคและคอลลาเจนภายในร่างกายจะลดลง ทำให้ความหย่อนคล้อยและรอยย่นปรากฏบนผิวหน้า

ขั้นตอนการรักษา

1.     แพทย์จะใช้ปากกาวาดตำแหน่งที่ต้องการฉีด

2.     ฉีดตัวยาเข้าใต้ผิวตามบริเวณที่วาดไว้

3.     แพทย์จะกดนวดๆเบาๆ เพื่อให้ตัวยากระจายอย่างสม่ำเสมอและลดอาการบวม

ใช้ระยะเวลาในการทำหัตถการประมาณ 15 - 60 นาทีขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา


ข้อดีของการสวยด้วยฟิลเลอร์

  • ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับการเสริมด้วยซิลิโคน

  • ขณะทำ เจ็บน้อย

  • สะดวก เห็นผลทันที เรียกได้ว่าทำเสร็จสวยได้ทันที

  • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ

  • ดูแลง่าย ไม่ต้องหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหลังทำ

  • ผลอยู่นาน 1-2 ปี

  • แก้ไขง่าย หากฉีดเยอะไป หรือไม่ชอบ สามารถฉีดยาเพื่อสลายออกเร็วขึ้น


 
 

ชนิดของฟิลเลอร์ที่มีในท้องตลาด

  1. ชนิดชั่วคราว เป็นคอลลาเจนแท้ที่สกัดมาจากสัตว์ จึงมีโอกาสแพ้ได้ง่าย และอยู่ไม่นาน จะสลายไปใน 6 เดือน

  2. ชนิดกึ่งถาวร เป็นสารสังเคราะห์ ชื่อว่า hyalulonic acid (HA) ซึ่งสารนี้มีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่จะเสื่อมสภาพลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น การฉีดสาร HA เข้าสู่ร่างกายจึงมีโอกาสแพ้น้อยมากและมีความทนทานกว่าฟิลเลอร์ชนิดแรก คืออยู่นานประมาณ 1-2 ปี

  3. ชนิดถาวร เป็นสารชนิดอื่นที่ไม่ใช่ HA เช่น polymethylmethacrylate (PMMA), Polyacrylamide (พวก Aqualift, Aquaderm เป็นต้น ไม่ได้อ.ย.ในประเทศ) หรือสารอื่นๆที่มีการลักลอบฉีดกัน หรือฉีดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟินและฟิลเลอร์ปลอม ทางการแพทย์ไม่มีการรับรอง (ผู้ที่นำมาฉีดให้ ไม่ใช่แพทย์)

    แม้ราคาอาจจะถูกกว่ามาก แต่เป็นสารอันตราย ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ จึงเกิดปัญหาพังผืด สารจับเป็นก้อน ไหลย้อยตกลงมา


แนวทางปฏิบัติตัวหลังฉีด Filler

  • 48 ชั่วโมงแรก งดออกกำลังกายหนักๆ หรือตากแดดร้อนๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นบริเวณที่ฉีด

  • หลังฉีดทันทีไม่ควรจับ ลูบคลำ นวดหรือปั้นเอง ในบริเวณที่ฉีด เว้นแต่แพทย์สั่ง เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยาไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้

  • หลังฉีดควรดื่มน้ำสะอาดปริมาณมากอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์แรก เพราะ Filler เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ Filler อยู่ได้นานขึ้น และเมื่อน้ำจับกับโมเลกุลของ Filler จะยิ่งทำให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออก เช่น แอสไพริน Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย

  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด นวดความร้อนบริเวณที่ฉีด Filler เช่น การอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือทรีทเม้นท์ที่มีความร้อน เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อ Filler ได้ ส่วนไดร์เป่าผม หรือการโดนแดดปกติสามารถทำได้

  • หลังฉีดสามารถแต่งหน้า ทาแป้ง ทาครีมได้ตามปกติ

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 3 วัน หลังการฉีด


กรณีที่มีอาการข้างเคียง ตามอาการด้านล่างให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำแพทย์ดังนี้

  • รอยเข็มแดงๆ เป็นจุดเล็กๆ ในบริเวณที่ฉีด จะหายเองภายใน 2-3 วัน บางรายอาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย (มักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด Aspirin Alcohol หรือวิตามิน E อาหารเสริมบางชนิด เช่น Fish oil, Primrose)

    โดยรอยเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นช่วงแรก สามารถทาแป้ง Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มไว้ก่อนได้

  • หลังฉีดอาจคลำพบก้อนเล็กๆ แข็งเหมือนยางลบใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด สามารถคลึงเบาๆ และดื่มน้ำมากๆ สารจะละลายตัวและนิ่มเป็นเนื้อเดียวกันเองภายใน 1 เดือน

  • หลังฉีดหากมีการปวดระบมบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็นหรือทานยาแก้ปวด ลดบวมได้

  • นัดพบแพทย์หลังการรักษา 1-2 สัปดาห์

  • กรณีอาการปวดบวมแดงมากผิดปกติ หรือสีผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนไปเป็นสีซีด เป็นสีน้ำตาล หรือดำ (โดยไม่ใช่รอยเข็มหรือรอยเขียวช้ำ) ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ ผู้ทำหัตถการหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ตามเบอร์ที่ให้ไว้ทันที อย่ารอให้ถึงวันนัด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเปลี่ยนใจไปเสริมจมูกด้วยซิลิโคนต้องขูดออกมั้ย?

Filler ที่เป็น HA มีอายุ 1-2 ปี หลายคนอาจสงสัยว่า ฉีดปีกว่าๆ ทำไมต้องขูดออก? จริงๆแล้วสารพวกนี้จะละลาย 90-95% ใน 12-15 เดือน จะมีส่วนน้อยๆ ที่ละลายช้ากว่า คือ 2-3 ปี แต่หลังจาก 2-3 ปีจะละลายหมดไปเอง ส่วนคนที่ไปผ่าตัดเสริมจมูกแล้วต้องขูดออกมาเป็นแผ่นๆนั้น น่าจะเป็นสารอื่นที่ไม่ใช่ ฟิลเลอร์ HA เช่น พวกซิลิโคนเหลวหรือ Polyacrylamide ซึ่งร่างกายย่อยสลายได้น้อยมากหรือไม่สลายเลย ซึ่งทางคลินิกจะไม่ได้นำมาใช้ฉีดเนื่องจากเป็นสารที่ผิดกฎหมาย


ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดได้จริงไหม?

มีโอกาสเกิดได้จริง โดยในประเทศไทยเคยมีรายงานเคสตาบอดจากการฉีดสารฟิลเลอร์บริเวณจมูกและหน้าผาก โดยสาเหตุจากการฉีดสารเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่วิ่งไปเลี้ยงจอประสาทตา วิธีการป้องกันคือควรฉีดในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีใบอนุญาต มีเครื่องมือช่วยชีวิตในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น


สรุป

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าต่างๆ อย่างขมับ ร่องแก้ม หน้าผาก หากนำมาใช้อย่างถูกวิธีจะมีประโยชน์มาก แต่ถ้าฉีดโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญอาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการควรพูดคุยปรึกษาแพทย์โดยละเอียดว่าการรักษาแบบใดที่เหมาะกับเรา


เติมเต็มทุกความสวยด้วยฟิลเลอร์