โบท็อกซ์ ลดริ้วรอยดวงตา

 

ริ้วรอยบริเวณดวงตา เกิดขึ้นได้โดยง่าย บางคนไม่จำเป็นต้องมีอายุมากก็มีริ้วรอยที่ดวงตาแล้ว เพราะบางพฤติกรรมส่งผลให้มมีริ้วรอยที่ดวงตานั่นเอง

botox.jpg

วิธีการรักษา

-ฉีดโบท็อกซ์ บริเวณกล้ามเนื้อตาในส่วนต่างๆ

-ริ้วรอย

-หางคิ้ว

-หางตาตกจากกล้ามเนื้อ

พฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดริ้วรอยดวงตา

-ขยี้ตา

-การแสดงอารมณ์สีหน้า เช่น ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้

-สูบบุหรี่

-แสงแดด

-ภูมิแพ้

 
001102.jpg

โบท็อกซ์ริ้วรอยดวงตา ช่วยอะไรได้บ้าง ?

ช่วยให้ผิวตึงกระชับได้ เช่น ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยดวงตา และรอยหางตา 


การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยดวงตา

  1. หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์

  2. งดอาหารเสริมที่่มีผลต่อลิ่มเลือดเช่น วิตามินอี น้ำมันตับปลา หรือยาแอสไพริน

  3. พักผ่อนให้เพียงพอ

  4. .เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์

การดูแลหลังฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยดวงตา

  1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดริ้วรอย

  2. ไม่ขยี้ตา หรือถูบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์

  3. หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ขัดหน้า 1 สัปดาห์

  4. แต่งหน้าด้วยน้ำหนักมือที่เบา

  5. สวมแว่นกันแดด

  6. บำรุงดวงตา เพื่อสร้างความชุ่มชื้นเพื่อให้ไม่เกิดรอยช้ำบริเวณดวงตา

  7. งดแอลกอฮอล์ 24 ชม.

ระยะเวลาการทำงานของโบท็อกซ์ใต้ตา

4-6 เดือน โดยโบท็อกซ์จะทำงานแต่เฉพาะกล้ามเนื้อเท่านั้น หากบริเวณใดเป็นริ้วรอยที่ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อจะไม่เห็นผล


อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์ใต้ตา

การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปใต้ตาจะทำให้กล้ามเนื้อหย่อนลง หากฉีดผิดตำแหน่งอาจทำให้กล้ามเนื้อด้านบนคลายตัว และจะทำให้ตาปรือ หรืออาจทำให้หนังตาตกผิดรูปผิดร่าง และปิดตาไม่สนิทได้ ดังนั้นการฉีดควรเป็นฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอยย่นๆ เล็กๆ หรือริ้วรอยตีนกา

ทำไมต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เพราะแพทย์จำเป็นจะต้องมีความสามารถในการกะปริมาณยาอย่างถูกต้องและแม่นยำ หากฉีดในปริมาณที่มาก หรือผิดที่ จะทำให้ตาแข็ง และไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งบริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่บอบบางและมีเส้นเลือดมากหากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญจะทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้